บทความแมนยู
บทความแมนยู

อีริคเซน เกือบเอาชีวิตไม่รอด จากการลงสนามแข่งขัน

อีริคเซน เกิดอาการ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

คริสเตียน อีริคเซน จากที่เขาเกือบไม่มีชีวิตรอด สู่การพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นของจริง ในวินาทีนั้นหัวใจชายคนนี้หยุดเต้นไปแล้ว มันหยุดเต้นไปมากถึง 5 นาทีเลยด้วยซ้ำ ร่างกายของเขา หลังจากนั้นมีบางอย่างฝังลงในหัวใจเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้ อาชีพนักฟุตบอลที่แทบไม่เคยมีใครได้ไปต่อ เพราะอาการแบบนี้ไม่เคยมีใครกล้าเดิมพันชีวิตกับความเสี่ยงระดับนั้น หลังจากวันที่ทั้งโลกช็อกไปตามๆกันเพียงแค่ปีเดียว เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น

เขากลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และตอกย้ำว่าสำหรับเขาฟุตบอลมันสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคริสเตียน อิเล็กเซ่น ทำให้ได้เห็นใน ยูโร ปีที่แล้วเกมที่ เดนมาร์ก เจอ ฟินแลนด์ ในวันนั้นแทบไม่มีใครจำไม่ได้ ความทรงจำของหลายคนมีแค่ภาพกำแพงมนุษย์ และนักฟุตบอลหลายคนที่ร้องไห้และโศกเศร้าตรงนั้น คริสเตียน อีริคเซน ล้มลงและต่อสู้กับความตายในเสี้ยววินาที 5 นาทีที่หัวใจของเขาหยุดเต้นจริงๆเราเสียเขาไปแล้วด้วยซ้ำ

มันคือภาวะหัวใจหยุดเต้นหรืออาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คริสเตียน อีริคเซน เข้าใกล้ความตายแค่ไหนผมตอบไม่ได้ แต่พวกเราได้เขากลับมาหลังจากช็อตไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจไปหนึ่งในทีมแพทย์ประจำทีมชาติเดนมาร์กเล่าเอาไว้แบบนี้ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกคนคิดว่ามันจบลงแล้วเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลของ คริสเตียนอิริคเซ่น จบในช่วงวัยที่เป็นจุดพีคที่สุด คริสเตียน อีริคเซน กลับต้องหยุดเส้นทาง

เพราะเจอเรื่องราวอันสุดแสนจะเลวร้ายไม่เคยมีใครกล้าเสี่ยง โดยมีเครื่องติดอยู่ในหัวใจ ส่วนใหญ่เลือกทางที่ดีและปลอดภัยที่สุดคือการเลิกเล่นเท่านั้น และในขณะเดียวกันนั้นเอง มันจะมีสักกี่สโมสรในโลกที่กล้าเสี่ยงจับนักเตะที่มีอาการแบบนี้เซ็นสัญญากับเขา กฎของฟุตบอลอิตาลีทำให้เขาลงเล่นกับ อินเตอร์ มิลาน ต่อไปไม่ได้อีก แล้วมันทำให้เรื่องราวของเขากับงูใหญ่จบลง

อิตาลีไม่อนุญาตให้นักฟุตบอลที่มีอุปกรณ์อะไรก็ตามร่างกายลงสนาม คริสเตียน อีริคเซน ต้องออกจากอินเตอร์มิลาน แต่เขายังไม่ยอมแพ้เพียงเท่านั้นเขาพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้กลับมาเล่น แล้วเมื่อเขาได้รับอนุญาตจากแพทย์ว่าสามารถฝึกซ้อมฟุตบอลได้ เขาก็เดินหน้าหาสถานที่ซ้อมทันที ที่แรกที่เขาไปขอความช่วยเหลือในการซ้อมคือทีมสโมสร โอเดนเซ่ ทีมในวัยเด็กของเขาโฆษกสโมสรถึงกับออกมาเปิดเผย

คริสเตียน อีริคเซน ได้มาขอความช่วยเหลือและเริ่มฝึกซ้อมด้วยตัวของเขาเอง และหลังจากนั้นไม่นานเจ้าตัวก็ไปฝึกซ้อมเรียกความฟิตกับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ความพยายามในการฝึกซ้อมและการเตรียมตัวที่จะพิสูจน์ให้ทั้งโลกได้เห็นว่า อิริคเซ่น ยังเล่นฟุตบอลได้และไอ้เครื่องที่กระตุ้นหัวใจที่อยู่ในตัวเขามันไม่ใช่ปัญหาอะไรทั้งนั้น จนสุดท้ายในที่สุดคนเห็นความพยายามของเขามันคือ

โทมัส แลนด์ ผู้จัดการทีมของเบนซ์ฟอร์ด ที่ออกมาพูดเอาไว้แบบนี้ ในวันนั้นผมบอกกับบอร์ดบริหารเอ็งว่าเขาจะช่วยเหลือเราได้เป็นอย่างมาก และนั่นจะเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีเลยล่ะมันอาจจะเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรด้วยซ้ำ และในฤดูกาลที่จะถึงนี้เราจะได้เห็นเขาในสีเสื้อปีศาจแดง ซึ่งวันนี้เขากลับมาแล้วกลับมาอย่างน่าเหลือเชื่อว่าเขาจะทำได้กับผู้ชายที่ชื่อ คริสเตียน อีริคเซน

อ่านเพิ่มเติม ข่าวกีฬาบอล