สถานการณ์ที่ลิเวอร์พูล ณ เวลานี้เข้าขั้นวิกฤติได้หรือยัง
บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

ถ้าเขียนบทละครจะโหดได้เท่าชีวิตจริงไหม

สถานการณ์ที่ลิเวอร์พูล ณ เวลานี้เข้าขั้นวิกฤติได้หรือยัง

และจะมีผู้มีอำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาแบบจริงจังเสียทีหรือไม่

สถานการณ์ที่ลิเวอร์พูล ณ เวลานี้เข้าขั้นวิกฤติได้หรือยัง

โจ โกเมซคือผู้เล่นคนที่ 2 ของลิเวอร์พูลที่บาดเจ็บรุนแรงในรอบ 4 วัน ซึ่งเกรงกันว่าอาจเจ็บหนักขนาดอดลงเล่นจนจบฤดูกาลและยาวถึงหน้าร้อนปีหน้าคือการชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป นั่นคือการคาดการณ์ของเกเร็ธ เซาธ์เกต ผจก.ทีมชาติอังกฤษต่ออนาคตกองหลังวัย 23 ปี

ปี 2018 โกเมซอดเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเพราะผ่าตัดข้อเท้า

 

ยังไม่อาจระบุแน่ชัดว่า การบาดเจ็บครั้งนี้เกิดขึ้นตรงไหน แต่อาจไม่ใช่ เอ็นไขว้หน้าหรือ ACL แบบที่เขาเคยประสบ และอาจเป็นเอ็นยึดหัวเข่าบริเวณใต้สะบ้า patella tendon ซึ่งอาจรุนแรงถึงฤดูกาลนี้ของโกเมซสิ้นสุดทันที ระหว่างนี้แค่ลุ้นกับผลสแกนอย่างเป็นทางการเมื่อโกเมซกลับถึง AXA เคอร์บี้ เทรนนิ่ง เซนเตอร์

 

การแถลงข่าวเมื่อวานนี้ของทีมชาติอังกฤษโดยเกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่ระบุอะไรมาก แค่ยืนยันว่า ไม่ใช่การบาดเจ็บจากการปะทะระหว่างการซ้อมเท่านั้น

 

“ผมบอกไม่ได้ว่ารุนแรงแค่ไหน เพราะยังไม่มีการตรวจแบบละเอียด ที่ผมเสียใจคือเห็นเขาเจ็บปวดมากทีเดียว ไม่มีใครอยู่ใกล้เขาระหว่างนั้น และผมไม่ชอบการบาดเจ็บแบบนี้ เราต้องรอผลสแกนก่อน”

 

“ระหว่างนี้เราไม่อาจคาดเดาว่าเขาเจ็บเพราะอะไร สิ่งที่คิดตอนนี้คือเห็นใจเขา เพราะโจเคยบาดเจ็บหนักในอดีต เราได้แต่หวังและสวดมนต์ว่า ครั้งนี้จะไม่นานมาก แต่เราต้องรอดูต่อไป”

 

นักเตะที่เห็นเหตุการณ์แล้วเปิดปากเล่าคือ นิค โป๊ป ผู้รักษาประตู “โจส่งบอลแล้ววิ่ง ไม่มีใครอยู่ใกล้เขาขณะกองบนพื้น เห็นได้ว่าเจ็บมากทีเดียว เห็นเหตุการณ์แบบนี้กับโจ เห็นเขาเจ็บปวดถึงที่สุด ไม่ใช่เรื่องที่ผมและเพื่อนร่วมทีมรู้สึกสบายใจเลย”

 

ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลเจอปัญหากองหลังบาดเจ็บ 4 คน ฟาน ไดค์พักตลอดฤดูกาล อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์พัก 4 สัปดาห์ โจเอล มาติปเจ็บตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมและเพิ่งมีชื่อในทีมเมื่อเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนเป็นตัวจริงนัดแมนฯ ซิตี้เมื่อวันอาทิตย์ คาดว่าหลังเบรกทีมชาติฟาบินโญ่จะหายเจ็บ

 

แต่ออพชั่นของคลอปป์ในการจัดตัวลดลง เช่น ให้ฟาบินโญ่เล่นเซนเตอร์คู่มาติป แล้วดันโกเมซเล่นแบ็คขวาเท่ากับ มีทางเลือกแค่นีโก้ วิลเลี่ยมส์หรือเจมส์ มิลเนอร์ในเกมกับเลสเตอร์ ซึ่งต้องลุ้นว่านีโก้ห้ามเป็นอะไรในรับใช้เวลส์ หากผจก.ให้เขาลงสนาม

 

เซาธ์เกตพูดถึงโปรแกรมการเล่นถี่ยิบเพราะ ทุกหน่วยงานยัดแม็ทช์แข่งขันของตัวเองทั้งหมดลงในเวลาอันจำกัด โดยไม่คำนึงว่าร่างกายคนเรารับไหวหรือไม่ แถมบังคับด้วยว่า ยังไงก็ต้องเล่นไม่งั้นโดนปรับแพ้

 

“เรารู้ว่าโจรับภาระหนักแค่ไหนตลอด 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา” เซาธ์เกตกล่าว “เราให้เขาและผู้เล่นคนอื่นที่มีโปรแกรมกลางสัปดาห์ลงเล่นวันอาทิตย์ พักเพิ่ม 1 วันเพื่อฟื้นฟูร่างกาย แต่เหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้น มีการพูดเรื่องการเพิ่มตัวสำรองอย่างกว้างขวาง แต่สิ่งสำคัญคือทุกคนในแวดวงฟุตบอลต้องร่วมมือกัน”

 

“ที่จริงทุกคนมีโอกาสคิดและทำอะไรที่แตกต่างจากนี้ การระบาดใหญ่สร้างปัญหาให้ผู้คน แต่ทุกคนยัดทุกอย่างในช่วงสั้นๆ จะมีการบาดเจ็บเกิดขึ้นอีก ซึ่งเป็นเรื่องเศร้ามาก ยิ่งเห็นสิ่งที่นักเตะต้องแบกรับ ก็ยิ่งเศร้ากว่าเดิม ตลอดหน้าร้อนมีการประชุมมากมายเรื่องโปรแกรม เราสามารถปรับโปรแกรมได้ตั้งแต่แรก หากทุกคนร่วมมือกัน แต่ไม่มีใครทำแบบนั้นเลย”

 

หากโกเมซไม่บาดเจ็บ เกมพฤหัสนี้กับไอร์แลนด์ซี่งเป็นการอุ่นเครื่อง เขาไม่น่าจะต้องเล่น แต่ส่งผลกระทบในเนชั่นส์ ลีก กับเบลเยี่ยมและไอซ์แลนด์อย่างแน่นอน

 

เพื่อเห็นภาพที่ชัดเจน โจ โกเมซรับภาระหนักแค่ไหน สถิติการเล่นของเขา ไม่นับเกมอุ่นเครื่องและพรี-ซีซั่น

29 สค คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อาร์เซน่อล 90 นาที

12 กย PL ลีดส์ 90 นาที

20 กย PL เชลซี (ไม่มีชื่อในทีมเพราะบาดเจ็บ)

28 กย PL อาร์เซน่อล  90 นาที

1 ตค EFL อาร์เซน่อล 29 นาที

4 ตค PL วิลล่า 61 นาที

17 ตค PL เอฟเวอร์ตัน 79 นาที

21 ตค UCL อาแจ๊กซ 90 นาที

24 ตค PL เชฟฯ ยูไนเต็ด 90 นาที

27 ตค UCL มิดต์จิลลันด์ 90 นาที

31 ตค PL เวสต์ แฮม 90 นาที

3 พย UCL อตาลันต้า 90 นาที

8 พย PL แมนฯ ซิตี้ 90

รวมทั้งหมด 979 นาที ถ้าไม่บาดเจ็บก่อนหน้านี้ตัวเลขคงทะลุพันนาที เหมือนนักเตะระดับท็อปคนอื่นของลิเวอร์พูล และถือว่าโชคดี เพราะเบรกทีมชาติครั้งก่อนหน้านี้ โจ โกเมซ ไม่ได้เล่นเลย

สถานการณ์จะเปลี่ยนไปหรือไม่ คำตอบคือ ลิเวอร์พูลมีโปรแกรมแบบนี้จนถึงกลางสิ้นเดือนมกราคม 2021  โดยไม่นับเอฟเอ คัพ รายละเอียดดังนี้

21 พย เลสเตอร์(ห) 25 พย อตาลันต้า(ห)  28 ไบรท์ตัน(ย) 1 ธค อาแจ๊กซ์ (ห) 5 ธค วูล์ฟส์ (ห) 9 ธค มิดต์จิลลันด์ (ย) 12 ธค ฟูแล่ม (ย) 16 ธค สเปอร์ส (ห) 19 ธค พาเลซ (ย) 26 ธค เวสต์บรอม (ห) 28 ธค นิวคาสเซิ่ล (ย) 2 มค เซาแธมป์ตัน (ย) 13 มค เบิร์นลี่ย์ (ห) 16 มค แมนฯ ยูฯ (ห) 27 มค สเปอร์ส (ย) 30 มค เวสต์ แฮม (ย)

16 นัดใน 62 วัน เฉลี่ยเว้นแม็ทช์ละไม่ถึง 4 วัน

กางปฏิทินก็เห็นชัดว่านักเตะเจอปัญหาอะไรบ้าง แต่ผู้มีอำนาจตัดสินใจก็ทำอยู่ดี ด้วยอ้างว่า มีความจำเป็นต้องทำตามสัญญา ผมว่า ลีกจำเป็นถ้าคิดถึงรายได้หล่อเลี้ยงสโมสร แชมเปี้ยนส์ ลีกก็จำเป็นเพราะนั่นคือรายได้สำคัญอีกก้อน ยามไม่มีรายได้จากค่าผ่านประตู

 

เราไม่อาจบอกได้ว่า ลีก คัพ เอฟเอ คัพ หรือทีมชาติไม่สำคัญ เพราะเจ้าของถ้วยมองว่าสำคัญทั้งนี้ เพราะคือรายได้ของตัวเอง แต่ถ้าจะแก้ปัญหาต้องมีคนเสียสละบ้าง แต่ไม่มีใครยอมเสีย แม้กระทั่งจะเปลี่ยนตัวสำรองยังมองแค่ว่าได้เปรียบเสียเปรียบ

 

เรื่องแบบนี้ไม่ควรต้องรอให้เกิดสถานการณ์กับคนที่คุณรักแล้วค่อยเรียนรู้ หรือเทียบกับการออกรบว่า คนที่ตายก็ตายไป คนที่เจ็บก็รักษา คนที่สู้ไหวก็สู้จนกว่าจะเจ็บหรือตายไป

 

ฟุตบอลไม่ใช่สงคราม เราหลีกเลี่ยงได้

 

ทั้งหมดคือเรื่องจริง ไม่ใช่บทละครตามจินตนาการ เพียงแต่คนเราไม่ใช้จินตนาการเพื่อช่วยคนอื่นบ้าง แต่จินตนาการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองอย่างเดียว

 

 

บทความโดย  :: กิตติกร อุดมผล

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี