13 ตุลาคม 2001 เชลาร์ อุลลิเยร์มีอาการหัวใจวายช่วงพักครึ่ง
บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

Walk on, through the wind.

13 ตุลาคม 2001 เชลาร์ อุลลิเยร์มีอาการหัวใจวายช่วงพักครึ่ง

ระหว่างเกมลิเวอร์พูล-ลีดส์ที่แอนฟิลด์

13 ตุลาคม 2001 เชลาร์ อุลลิเยร์มีอาการหัวใจวายช่วงพักครึ่ง

โชคดีหากเกิดขึ้นช่วงเกมจบเชลาร์ อุลลิเยร์อาจเสียชีวิตคาสนาม นั่นคือหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญสำหรับฤดูกาล 2001-02 ผู้ช่วยของอุลลิเยร์ ฟิล ธอมป์สันรักษาการณ์ตำแหน่งผจก.แทนอุลลิเยร์ในวันที่ 20 ตุลาคมปีเดียวกัน

 

นั่นคือความเชื่อมั่นของสโมสรที่มีต่ออุลลิเยร์และธอมป์สันซึ่งขณะนั้นอายุแค่ 47 ปี ไม่เคยคุมทีมชุดใหญ่ที่ไหนมาก่อน

 

“ผมต้องพยายามทำให้ทีมชนะทุกสัปดาห์ เพื่ออุลลิเยร์สบายใจและอาการดีขึ้น” ส่วนหนึ่งในคำพูดของธอมป์สันเกี่ยวกับการรับหน้าที่อันหนักอึ้ง ฤดูกาลนั้น ถ้าไม่ใช่ธอมป์สัน อุลลิเยร์ก็ต้องตัดสินใจหนักเหมือนกัน เพราะลิเวอร์พูลมีปัญหามากมาย โดยเฉพาะผู้เล่นบาดเจ็บ สเตฟาน อองโชส มาร์คุส บับเบิ้ล เกรกอรี่ วิญาล

 

อุลลิเยร์กลับมาทำหน้าที่อีกครั้งในเกมสุดท้าย รอบแบ่งกลุ่ม เฟซ 2ของ UCL ลิเวอร์พูลชนะโรม่า 2-0 ผ่านเข้ารอบแปดทีมสุดท้ายก่อนแพ้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ขณะที่พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูลจบเป็นอันดับ 2 แพ้อาร์เซน่อล 7 คะแนน  นั่นคือฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูล

 

จากวันนั้นมา 19  ปี เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครหัวใจวาย ยกเว้นเดอะ ค็อปขวัญอ่อนเริ่มถอดใจว่า ฤดูกาล 2020-21 จะไม่สวยอย่างที่คาดคิด

 

เพราะลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกอย่างยอดเยี่ยม จนหลายคนคิดว่าฤดูกาลความยอดเยี่ยมจะคงอยู่ต่อไป เอาคำพูดของเยอร์เก้น คลอปป์มาอ้างอิง “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยออโตเมติก ความยอดเยี่ยมหรือความย่ำแย่ในคงอยู่แบบถาวร” ดีหรือร้ายอยู่ที่เราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

 

การเริ่มต้นแบบกระท่อนกระแท่น เสียประตูมากสุดจาก 5 นัดแรก นับตั้งแต่ปี 1953-54 ซึ่งเสีย 13 ประตูเหมือนกัน เทียบฤดูกาลที่แล้ว เล่น 15 นัดเสีย 13 ประตู แต่มองตารางไม่มีอะไรเสียหายมากนัก อยู่ที่ 3 แต้มเท่าแอสตัน วิลล่า ตามหลังเอฟเวอร์ตัน อันดับ 1 3 คะแนน ความจริง สถานการณ์ในลีกควรดูแย่กว่านี้ แต่บรรดาทีมใหญ่ อย่างแมนฯ ซิตี้ เชลซี แมนฯ ยฯ กลับเริ่มต้นไม่ดีเช่นกัน

 

ลิเวอร์พูลไม่แพ้เอฟเวอร์ตันติดต่อกัน 11 ปี ฝั่งสีแดงของเมืองแพ้ฝั่งสีน้ำเงินแค่ 19 จาก 120  นัด รอย ฮ็อดจ์สัน ยังเป็นผจก.คนสุดท้ายที่สัมผัสความพ่ายแพ้ต่อเอฟเวอร์ตัน ขณะที่ 20 กุมภาพันธ์ 2021 เอฟเวอร์ตันต้องไปเยือนแอนฟิลด์ด้วยความมุ่งหวังที่จะเอาชนะลิเวอร์พูลให้ได้เป็นครั้งแรกในศตวรรษนี้

 

ความโกรธของเดอะ ค็อปที่มีต่อจอร์แดน พิคเฟิร์ดหรือริชาร์ลิสันรุนแรง เช่นเดียวกับไมเคิ่ล โอลิเวอร์และเดวิด คูต ควรหมดไป ลองนึกถึงจิมมี่ เคส สตีเว่น เจอร์ราร์ด เคยสร้างวีรกรรมในสนามมาแล้ว เรามองว่านักเตะลิเวอร์พูล 2 คนนี้เจตนาทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพหรือไม่

 

ความรักทำให้เรามองข้ามสิ่งไม่ดี ผมว่าพิคเฟิร์ดเสียสติในจังหวะนั้นมากกว่าเจตนาทำร้ายฟาน ไดค์ ขณะที่ริชาร์ลิสัน ผมไม่ค่อยชอบเขาสักเท่าไร ทั้งฝีเท้าและปากดี แต่เกมจบแล้ว เขาโดนลงโทษตามที่ควรโดน ดังนั้นเริ่มในสนามก็ทิ้งไว้ในสนาม

 

แน่นอนล่ะ เวอร์จิล ฟาน ไดค์บาดเจ็บทำให้ลิเวอร์พูลหมดความแข็งแกร่ง แต่ใช่ว่าลิเวอร์พูลหมดทางสู้

 

ผมเชื่อว่าเยอร์เก้น คลอปป์หาทางจัดการทีมได้ มันอาจไม่ดีเท่าการมีเวอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งก็แน่ล่ะ ใครจะดีเท่ากองหลังดีที่สุดในโลก แต่เรามีผจก.ทีมเก่งที่สุดในโลกคนหนึ่งเหมือนกัน ไม่นับทีมงานและนักเตะคนอื่นในทีม จุดแตกต่างสำคัญคือของลิเวอร์พูลในเวลานี้คือ สภาพจิตใจ

 

ลิเวอร์พูลเดินลงสนามเหมือนแชมป์ยุโรป 2019 แชมป์พรีเมียร์ ลีก 2020 แต่กลับออกไปด้วยทีมชุดปี 2017 ไม่มีทั้งกองหลังดีที่สุด ประตูดีที่สุด แต่พวกเขาเล่นได้เหนือกว่าเอฟเวอร์ตันที่ออกสตาร์ทดีมากชนะรวด 4  เกม และควรชนะเสียด้วยซ้ำหากไม่เกิดการตัดสินแบบผิดธรรมชาติของ VAR

 

จบเกมลิเวอร์พูลควรพอใจกับ 1 คะแนนจากกูดิสัน พาร์คหรือไม่ เปล่าเลยทุกคนผิดหวังที่ไม่อาจเอาชนะเพื่อนบ้านซึ่งตกเป็นเบี้ยล่างมาตลอด ทั้งที่สภาพทีมไม่สมบูรณ์ แต่แค่นี้ เอเวอร์โตเนี่ยนทุกคนหัวใจพองโต นี่แหละจะเป็นฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ของเรา แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือฝันอันสูงสุด แชมป์ลีกครั้งแรกนับจากยุค 80 ทุกคนมีสิทธิ์ฝัน

 

แต่สิ่งที่เดอะ ค็อปทำได้คือยอมรับความจริง ไม่ต้องโทษนั่นโทษนี่ เห็นไหมไม่ยอมซื้อกองหลัง แล้วปล่อยเดยัน ลอฟเร็นไป ผมถามว่า เรายังมองเห็นแล้วคลอปป์จะมองไม่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นหรือ การบาดเจ็บของเวอร์จิล ฟาน ไดค์เป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับอลิซง

 

ทำอย่างไรมากกว่าที่ลิเวอร์พูลจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เป็นปัญหา รออลิซงพร้อมคืนสนาม เช่นเดียวกับเวอร์จิล ฟาน ไดค์ ไม่มีนี้ก็ปีหน้าเขาต้องกลับมา เรายังมีโจ โกเมซคอยสร้างความดันเลือดอยู่ทุกสัปดาห์ 5555 แค่นี้อย่าเพิ่งเสียขวัญและกำลังใจ ไม่อย่างนั้นเราจะร้อง You’ll never walk alone ทำไม

 

ผมคิดว่าประโยคของแฟรงค์ แลมพาร์ดที่แอนฟิลด์เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นจริง

 

“ได้แชมป์ลีกครั้งเดียวอย่างเพิ่งผยอง”

 

การเป็นแชมป์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่ได้หมายความว่า ลิเวอร์พูลจะผิดหวังไม่ได้ ใช่ว่าเราจะต้องครองความยิ่งใหญ่เหมือนยุค 80 หรือชนะตลอดไป แต่การสู้อย่างสุดใจต่างหากคือสิ่งที่ทำให้แตกต่าง

 

Walk on through the rain. Though your dream be tossed and blown.

 

 

บทความโดย  :: กิตติกร อุดมผล

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี