VAR สมควรทำให้ปัญหาทุกอย่างในการตัดสินฟุตบอลชัดเจนไร้ข้อสงสัย
บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

เกมดี แต่ VAR ทำเจ๊งตลอด

VAR สมควรทำให้ปัญหาทุกอย่างในการตัดสินฟุตบอลชัดเจนไร้ข้อสงสัย

แต่นับวัน VAR จะสร้างปัญหามากขึ้น เช่นเดียวกับการตัดสินในพรีเมียร์ ลีกอังกฤษ

VAR สมควรทำให้ปัญหาทุกอย่างในการตัดสินฟุตบอลชัดเจนไร้ข้อสงสัย

ไคล์ วอล์คเกอร์ยกเท้าระดับศรีษะ ขณะแกเบรียลพยายามโหม่งบอลแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร จังหวะนั้นถ้าไม่เรียกว่าผิดกติกาโดยยกเท้าสูง อีกหน่อยลูกอย่างนี้ต้องไม่ฟาวล์

 

กุน อาเกวโร่ไม่โดนลงโทษอะไรกรณีสัมผัสตัวผู้ช่วยผู้ตัดสิน ชอน มาสซี่ย์ เอลลิส เนื่องจากไม่พอใจการตัดสินในเกมเดียวกัน

 

ขณะที่หลายครั้ง ผู้ตัดสินให้ใบแดงนักเตะหรือโค้ชเมื่อหมดเวลาแล้ว เพราะนักเตะหรือโค้ชเข้าแสดงกริยาหรือใช้คำพูดไม่เหมาะสม หมดเวลาแล้วทุกอย่างควรจบ แต่กับผู้ตัดสินถือว่าไม่จบหากพวกเขาคิดว่า มันไม่จบ เช่นเดียวกับ จุดโทษของไบรท์ตัน-แมนฯ ยูฯ ผู้ตัดสินเป่าหมดเวลาแล้วเช่นกัน แต่ผู้ตัดสิน VAR บอกว่าเหตุการณ์เกิดก่อนหมดเวลาเพราะฉะนั้นต้องเช็ค ประเด็นนี้ผมเห็นด้วย

 

แต่กรณีจอร์แดน พิคเฟิร์ด ผู้รักษาประตูจอมเฟอฟะทีมชาติอังกฤษกับเวอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งทุกคนบอกว่า เป็นการสกัดที่จบชีวิตนักฟุตบอลด้วยกันได้เลย ผู้ตัดสินในเกม ไมเคิ่ล โอลิเวอร์พูล ผู้ตัดสิน VAR เดวิด คูต บอกว่า ไม่อาจทำได้ เพราะเกมยุติเมื่อเวอร์จิล ไดค์ล้ำหน้า

 

เกมหยุด แอ๊คชั่นควรหยุด แต่พิคเฟิร์ดิดว่า เขาจำเป็นต้องเล่นต่อ เผื่อไม่ล้ำหน้าขึ้นมา ฟาน ไดค์และลิเวอร์พูลจะได้โอกาสทำประตูง่ายๆ เกณฑ์ในการตัดสินคือ เหตุการณ์ระหว่าง พิคเฟิร์ดกับฟาน ไดค์เกิดขึ้นหลังการตัดสิน ซึ่งมันถูกต้องตามกติกา แต่ประตูเอฟเวอร์ตันเล่นรุนแรงเกินไป และสมควรโดนลงโทษหรือไม่

 

การตีความกติกาหรือการตัดสินกันแน่ที่ไม่เข้าท่า หรือ Make sense คือไม่ใช่ว่า เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดแล้วคุณจะทำอะไรก็ได้

 

ล้ำหน้าของซาดิโอ มาเน่ ทำให้ลิเวอร์พูลพลาดประตูชัยอย่างน่าเสียดาย ดูด้วยตา ลากด้วยเส้น(เดียวกับ VAR) ใครๆก็บอกว่าไม่ล้ำหน้า ยกเว้นเดวิด คูตคนเดียว

 

ทีนี้ เรามาดูกฏล้ำหน้าตามตัวอักษร

ผู้เล่นล้ำหน้า หากส่วนหนึ่งของศีรษะ ลำตัวและเท้าอยู่ในแดนคู่ต่อสู้ (ยกเว้นเส้นกึ่งกลางสนาม)

ส่วนหนึ่งของศีรษะ ลำตัวและเท้า อยู่ใกล้เส้นประตูคู่ต่อสู้มากกว่าบอลและผู้เล่นคนรองสุดท้ายของฝ่ายตรงข้าม

มือและแขนของผู้เล่นทุกคน รวมถึงผู้รักษาประตู ไม่นำมาพิจารณาการล้ำหน้า

แต่ทำไมบทสรุปมาทั้งกรณีของฟาน ไดค์ล้ำหน้าที่ข้อศอก และมาเน่ล้ำหน้าที่หัวไหล่

หากพิคเฟิร์ดโดนใบแดงบริบทของเกมจะเปลี่ยนทันที เอฟเวอร์ตันเหลือ 10 คน ต่อให้อุดอย่างไรก็ไม่มีทางต้านเกมรุกลิเวอร์พูลได้ เช่นเดียวกับ ประตูของเฮนเดอร์สัน ควรเป็นประตู ไม่ใช่ถูกยกเลิกเพราะมาเน่

 

เยอร์เก้น คลอปป์และลิเวอร์พูล ต้องการคำอธิบายจากสมาคมผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพ ที่รับผิดชอบการตัดสินเกมพรีเมียร์ ลีก เกี่ยวกับกรณีพิคเฟิร์ดและมาเน่ล้ำหน้า แต่พรีเมียร์ ลีก ไม่มีช่องทางอุทธรณ์เรื่องนี้อย่างชัดเจน หรือลิเวอร์พูลไม่สามารถดำเนินการอะไรที่จะเปลี่ยนผลการแข่งขันได้

 

มุมนี้บางที ลิเวอร์พูลอาจต้องยอมรับในโชคชะตา บ่อยครั้งที่คำว่า โชคดีไม่เป็นของเรา แต่ทีมมีโอกาสมากมายที่จะจัดการเอฟเวอร์ตันให้เด็ดขาด ทว่าใช้โอกาสเปลืองเอง ทั้งเกมได้ยิง 22 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง ได้ 2 ประตู อันดับแรกทีมจะได้ประตูต้องยิงให้เข้ากรอบเสียก่อน จากนั้นเป็นหน้าที่ผู้รักษาประตูเซฟ เหมือนพิคเฟิร์ดเซฟลูกโหม่งของมาติปและฟรีคิกของอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

 

ใน 22 ครั้ง มี 6 ครั้งที่โดนบล็อคก่อนบอลถึงประตู และอีก 8 ครั้งไม่เข้ากรอบ นี่คือปัญหามากกว่า การเซฟของผู้รักษาประตู

 

เอฟเวอร์ตันชนะรวดความมั่นใจพกลงสนามเป็นล้านเปอร์เซนต์ แต่สุดท้ายเอฟเวอร์ตันไม่ได้เกมที่น่ากลัวอะไรเลย คาร์โล อันเชล็อตติวางมาก 4-1-4-1 อัลลันเป็นมิดฟิลด์รับ มีริชาร์ลิสันและโกเมซ ยืนซ้อนในแดนกลางซ้าย ฮาเมสกับดูคูเร่ยืนกันกลางขวา การได้ประตูมาจากบอลครอสด้านข้าง ซึ่งเป็นจุดตายของลิเวอร์พูล เมื่อไม่มีฟาน ไคด์และอลิซง

 

ตัวเบียดโหม่งไม่ดีและอาเดรียนไม่กล้าออกมาตัดบอล จะว่าไปแล้ว แค่อาเดรียนเคลียร์บอลไม่พลาด ผมยังปรบมือระหว่างดู คือคาดหวังอะไรไม่ได้ หรือจังหวะริชาร์ลิสันได้โอกาสเหน่งๆที่เสาสอง ผมคิดว่าอาเดรียนเหนียว เสียงจิม เบกลินผู้บรรยายบอก เสา 55555 เสาเต็มๆ ไม่ใช่อาเดรียน

 

เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าบอลตรงตัว แสกหน้าโดยไมเคิ่ล คีนแล้วอาเดรียนจะเซฟได้

 

อย่าเข้าใจผิด อาเดรียนก็มีดี ผมว่ายังดีกว่ามินโญเลต์และคาริอุส เพียงแต่กองหลังต้องช่วยเขามากกว่านี้ แต่อีกนั่นแหละ กลายเป็นภาระคนอื่นเสียอีกต้องประคอง

 

ประตีเสมอ 2-2 ทันทีที่บอลลอยจากเท้าลูก้า ดีญ์ผมก็วาบในใจว่าโดนแน่ โจ โกเมซก็แหยงลูกโด่ง ปล่อยให้แอนดี้ โรเบิร์ตสันฟัดกับโดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน ซี่งไม่ใช่คู่ต่อกร แล้วโหม่งดีขนาดนั้น

 

แต่เกม ผมว่าลิเวอร์พูลเล่นดีสำหรับการเยือนกูดิสัน พาร์ค ยุคของคลอปป์ ไม่แพ้เอฟเวอร์ตันแม้แต่นัดเดียว แต่เกมที่กูดิสันไม่เฉียบขาด การลงสนามของธิอาโก้และเฮนเดอร์สัน ทำให้ทุกอย่างนิ่ง ลิเวอร์พูลไม่เสียบอลแดนกลางง่าย ตลอดเกมลิเวอร์พูลอาจไม่บุกแบบบ้าระห่ำ หรือแนวรับดันขึ้นมาสูงเหมือนเกมก่อนหน้านี้

 

นั่นวัดด้วยสายตา แต่สถิติและค่าจีพีเอสที่อ่านได้ระบุว่า ตำแหน่งเฉลี่ยของลิเวอร์พูลอยู่ครึ่งสนาม ยกเว้นมาติปที่ห้อยต่ำสุด 6 นาทีที่ฟาน ไดค์อยู่ในสนาม เหมือนมีกลาง 3 คน เรียงจาก ซ้ายไปขวา ธิอาโก้ ฟาน ไดค์และฟานบินโญ่ และทุกอย่างเสียสมดุลย์เมื่อฟาน ไดค์ต้องออกจากการแข่งขัน แต่กระนั้น ลิเวอร์พูลครองบอลได้ 58.1 %

 

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ อาจโดนกำชับว่าจะขึ้นสูง แต่กระนั้นก็โดนลูก้า ดีญ์เล่นงานจนได้

 

No look pass ของธิอาโก้ให้มาเน่ ก่อนเฮนเดอร์สันยิง ควรเป็นการปิดฉากเกมที่สวยงาม ยกเว้นแต่ VAR ทำลายเกมที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง

 

ธิอาโก้ คือผู้เล่นที่คุ้มค่าจริงๆ เกมนี้ทำสถิติสูงสุด ทั้งการจับบอล (93 ครั้ง) ผ่านบอลสำเร็จ (70 ครั้ง) ผ่านบอลในแดนคู่ต่อสู้ (48 ครั้ง) และอินเตอร์เซ็ป (2 ครั้ง) ส่วนมาเน่นอกจากยิงประตู นี่คือจุดเริ่มต้นการป้องกันจริงๆ การเพรสและแย่งบอลสูงสุดในทีม

 

โม ซาลาห์ ฤดูกาลนี้เล่นเป็นทีมดี 100 ประตูใน 159 เกมในทุกรายการ เป็นรองแค่ โรเจอร์ ฮันต์ 144 เกมและแจ๊ค พาร์กินสัน 153 เกม

 

 

บทความโดย  :: กิตติกร อุดมผล

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี