บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

Sloppy Playของรอย คีน

เมื่อคลอปป์รับตำแหน่งผจก.ลิเวอร์พูลเมื่อ 5 ปีก่อน

เชื่อกันว่าฟุตบอลของลิเวอร์พูลจะกลับมาสนุกสนาน เปิดเกมรุก เครื่องจักรสีแดงคืนชีพ 

เมื่อคลอปป์รับตำแหน่งผจก.ลิเวอร์พูลเมื่อ 5 ปีก่อน

เมื่อพิจารณาจากผลงานของเขากับดอร์ทมุนด์ การคาดการณ์โดยคนส่วนใหญ่ถูกต้อง ลิเวอร์พูลเปิดเกมรุกแบบเฮวี่ เมทั่ลฟุตบอล ประตูได้เป็นกอบเป็นกำ เช่นเดียวกับประตูเสีย คลอปป์ค่อยๆปรับลิเวอร์พูลให้สามารถเล่นได้หลากหลาย แทนที่จะบุกกระหน่ำอย่างเดียว เป็นการควบคุมเกมได้

ชัยชนะเหนืออาร์เซน่อลเมื่อค่ำวันจันทร์ ลิเวอร์พูลยิงได้ 400 ประตูในพรีเมียร์ ลีกนับตั้งแต่คลอปป์คุมทีม ดีโอโก้ โชต้า คือนักเตะคนที่ 33 ของคลอปป์ที่ยิงประตูได้ 400 ประตูใน 185 นัด เฉลี่ยเกมละ 2.16 ประตู

เกมกับอาร์เซน่อลนี้ คือนัดที่ 50 ของคลอปป์กับบิ๊ก 6 และเขาพ่ายแพ้คู่แข่งสำคัญในการลุ้นแชมป์แค่ 8 นัด ขณะที่แมนฯ ซิตี้แพ้ 17 จาก 48 นัด แมนฯ ยูฯแพ้ 15 จาก 47 นัด เชลซีแพ้ 20 จาก 49 นัด ท็อตแน่มแพ้ 20 จาก 48 นัด และอาร์เซน่อบ แพ้ 23 จาก 48 นัด

ตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกการเติบโตของลิเวอร์พูลขณะบิ๊ก 6 โดยเฉพาะแมนฯ ซิตี้ แมนฯ ยูฯ เชลซีและอาร์เซน่อลที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกกำลังโรยรา

ในหนังสือโปรแกรมลิเวอร์พูล-อาร์เซน่อล คลอปป์เขียนถึงแฟนๆว่า

“การทำงานหนักขึ้น และมุ่งมั่นกับการเรียนรู้ คือหนทางเดียวที่จะประสบความสำเร็จอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน”

ดูการเล่นของลิเวอร์พูล ตลอด 3 นัดในพรีเมียร์ ลีก และลีก คัพกับลินคอล์น เรามองออกว่า การทำงานหนักที่คลอปป์ กล่าวถึงคืออะไร เช่นเดียวกับการเคารพคู่ต่อสู้  โดยเฉพาะปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยางและมิเคล อาร์เตต้า คลอปป์กล่าวอีกว่า

“กับลีดส์และเชลซี ผมเห็นว่าทีมเราเข้าใจความหมายของการอ่อนน้อมถ่อมต้น ซึ่งผมกล่าวหลังเกมเชลซีว่า ผมชอบการเล่นเกมนี้ เพราะมันคือตัวตนของเรา ความขยัน จริงจัง เข้าหาบอลทุกจังหวะ ถือว่าทุกวินาทีของเกมคือการเข้าสู่สมรภูมิและเราต้องชนะเท่านั้น ทั้งการเล่นของแต่ละคนและเล่นเป็นทีม”

หลังเกมอาร์เซน่อล คลอปป์โต้เถียงกับรอย คีน ระหว่างสัมภาษณ์รายการ มันเดย์ไนท์ฟุตบอลของสกาย สปอร์ตส์ ดังที่เราทราบกันแล้ว Some sloppy play จะเล่นพลาด ประมาท ห่วยก็แล้วแต่จะเรียก ความหมายออกแง่ลบเหมือนกัน คีนวิจารณ์ตามหน้าที่ของเขา เผอิญเข้าหูคลอปป์พอดี

คู่แข่งพอมีหวังที่จะหยุดลิเวอร์พูลหรือไม่ ลีดส์ยิงได้ 3 ประตู ลินคอล์น 2 ประตู เชลซียิงไม่ได้แต่อาจเพราะเหลือ 10 คน แต่ทิโม แวร์เนอร์ก็มีโอกาส ขณะที่อาร์เซน่อลได้ 1 ประตู และเป็นการขึ้นนำซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่สิ่งอื่นในเกมได้

คีนไม่ใช่คนแรกที่พูดถึงข้อบกพร่องของลิเวอร์พูล จอห์น เมอร์เรย์จากบีบีซี ก็ถามคลอปป์แบบนี้

“เราเสียประตูเพราะความผิดพลาดของเรา และเราต้องแก้ไข ลีดส์บังคับให้เราพลาด นอกนั้นเราเล่นได้ดีมาก”

ลิเวอร์พูลไม่เสียประตูให้เชลซี เสีย 1 ประตูให้อาร์เซน่อลในรูปแบบที่ไม่ควรเสีย แบบที่คีนบอกว่า Sloppy  หมายถึงเกมรับของลิเวอร์พูลถูกตั้งคำถาม

จังหวะเสียประตู เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์พยายามเพรซคีแรน เทียร์นี่ย์ ข้างเขตโทษอาร์เซน่อล แต่ช้าไป เขาออกบอลเลาะริมเส้นให้โอบาเมยาง ซึ่งมีโจ โกเมซพยายามประกบ บอลจังหวะเดียวถึงกรานิต ชาก้า ขณะที่นาบี เคต้าพยายามตามเมตแลนด์-ไนลส์ และนักเตะกีนีเสียจังหวะเพราะพยายามกลับตัวหาชาก้า พร้อมฟาบินโญ่

ลิเวอร์พูลพยายามเพรซฝ่ายตรงข้ามที่ละหลายคนเพื่อแย่งบอลให้ได้ แต่อาร์เซน่อลเอาตัวรอดได้ด้วยบอลจังหวะเดียว ถึงลากาแซตบริเวณวงกลมกลางสนาม และออกจังหวะแรกให้เมตแลนด์-ไนล์ส สถานการณ์นี้ ลิเวอร์พูลมีผู้เล่นมากกว่าอาร์เซน่อล ไวนัลดุมและโกเมซพยายามขว้างเมตแลนด์-ไนล์ส ฟาน ไดค์กับโรเบิร์ตสัน ยืนห่างกันสัก 5 หลา จากนั้นลิเวอร์พูลเสียประตู

คล้ายการเสียประตูให้ลีดส์ ซึ่งทีมของมาร์เซโล เบลซ่าทำได้ 3 ครั้ง ขณะที่อาร์เซน่อล ยิงได้ 1 ประตู เพื่อขึ้นนำ และมีโอกาสตีเสมอ 2-2 แต่อลิซงป้องกันได้

ลีดส์เล่นแตกต่างกับอาร์เซน่อล เบลซ่าให้ลูกทีมเปิดเกมใส่ ขณะที่อาร์เตต้าเน้นเกมรับ ค่อยๆเล่นจากแดนหลัง นั่นอาจเพราะ เบลซ่าและอาร์เตต้ารู้เหมือนผจก. คนอื่นว่า ลิเวอร์พูลเล่นด้วยกองหลังที่ดันขึ้นมาสูงมาก มากกว่าเดิมจากปี 19-20  และทำให้นักวิจารณ์บอกว่า นั่นคือปัญหาของลิเวอร์พูล

แต่เครื่องจักรของคลอปป์แสดงให้เห็นว่า ข้อวิตกกังวลหรือเสียงวิจารณ์ ไม่ใช่ปัญหาเพราะลิเวอร์พูลยิงได้ ดังสถิติข้างต้น

เลสเตอร์ใช้แผนนี้กับเป็ป กวาดิโอล่าเมื่อวันอาทิตย์ รับแล้วรอจังหวะสวน ซึ่งได้ผลเพราะผู้เล่นของแมนฯ ซิตี้ไม่ล่าฝ่ายตรงข้ามเหมือนนักเตะของคลอปป์ เวลาดันเกมสูงแล้วเสียบอล ลิเวอร์พูลพยายามเอาคืน แต่กลางของซิตี้เดินเล่นมากกว่า บวกความผิดพลาดส่วนบุคคลทำให้เสียจุดโทษ 4 ลูก

คลอปป์ค่อยๆปรับเกมจนมาถึงจุดนี้ จากสถิติของ OPTA เรื่องตำแหน่งเฉลี่ยผู้เล่น 3 ปีย้อนหลังระหว่างลิเวอร์พูลและอาร์เซน่อล นัดเมื่อวันจันทร์ ลิเวอร์พูลดันแนวรับให้สูงขึ้นอีก

“วิธีการเล่นของลีดส์ คุณไม่มีทางป้องกันได้ 100 %” คลอปป์ยอมรับกลายๆว่าวิธีการแบบนี้สุมเสี่ยงต่อการเสียประตู

แต่เหมือนเจมี่ คาร์ราเกอร์พูดในรายการมันเดย์ไนท์ ฟุตบอลเช่นกัน “ลิเวอร์พูลคำนวนอัตราเสี่ยงที่จะเสียกับได้ แล้วคิดว่าการเล่นแบบนี้ดีที่สุด”

ด้วยคุณภาพของกองหลังอย่างเวอร์จิล ฟาน ไดค์และโจ โกเมซ ลิเวอร์พูลเอาตัวรอดได้จากสถานการณ์ 3-2 เจอกองหน้าฝ่ายตรงข้ามรุมได้ หลุดจากนี้ยังมีอลิซง

อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือมิดฟิลด์ ดังจอห์น บาร์นส์ อดีตนักเตะของลิเวอร์พูลกล่าวว่า “มิดฟิดล์ลิเวอร์พูลขยันมาก ดีกว่าทีมอื่นๆ เยอะ นี่คือเหตุผลว่า ทำไม ฟูล-แบ็ค 2 ข้างสามารถเติมเกมรุกได้พร้อมกัน และกองหน้าอีก 3 คน เพราะมีมิดฟิดล์ 3 คนคอยเป็นโล่ สร้างแนวป้องกัน”

“แต่ถ้ามิดฟิลด์ 3 คนนี้ คลอปป์เพิ่มมิดฟิลด์ที่เน้นเกมรุก เท่ากับคุณมีผู้เล่น 6 คนในเกมรุก และคุณอาจเสียประตูได้”

แนวคิดของบาร์นส์ถูกบางเรื่อง และไม่ถูกในบางเรื่อง เช่น กรณีธิอาโก้ อัลคันทาร่า พิสูจน์ให้เป็นว่า คุณมีครีเอทีฟ มิดฟิดล์เพิ่มอีกคนได้ โดยไม่เสียอะไร

“เสี่ยงและรางวัล” มาร์ติน คีโอว์นให้สัมภาษณ์ สปอร์ตส์เมลส์ “ลิเวอร์พูลมั่นใจมาก หากกองหลังเปิดบอลยาวๆ เทียบกับตัวต่อตัวกับกองหลังฝ่ายตรงข้าม พวกเขาถึงบอลเร็วกว่า”

ไม่ใช่ความเร็วเท่านั้น  แต่ความแม่นยำด้วย

สถิติจาก OPTA เรื่องการครองบอลเฉลี่ยจากแนวตั้งต้นของแต่ละทีม กำหนดระยะแนวสุดท้ายของทีมจากเส้นประตูตัวเอง แสดงการเริ่มต้นเพรซ ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลกลับมาเป็นอันดับ 1 ในการเพรซอีกแล้ว เกมกับอาร์เซน่อล แนวสุดท้ายของลิเวอร์พูลอยู่อันดับ 3 ของฤดูกาล ขณะที่อันดับ 1 คือเกมกับเชลซี

คาร์ราเกอร์กล่าวอีกว่า “ลิเวอร์พูลน่ากลัวมากตอนไม่มีบอล ดีที่สุดในโลกหรือพรีเมียร์ ลีกก็ว่าได้”

นอกจากนี้ จุดสำคัญคือการผ่านบอลที่แม่นนำ ธิอาโก้ อัลคันทาร่า ทำสถิติใน 45 นาทีแรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ผ่านบอลสำเร็จ 75 ครั้ง และสถิติดังกล่าว โดนทำลายในสัปดาห์ต่อมา โดยเวอร์จิล ฟาน ไดค์  กองหลังดัตช์ทำได้ 117 ครั้ง มากกว่านักเตะอาร์เซน่อล 71 ครั้ง

ฟาน ไดค์ผ่านบอลสำเร็จ 77 ครั้งใน 45 นาทีแรกกับอาร์เซน่อล เหมือนอาร์เตต้าบอกว่า เมื่อคุณจะเล่นงานลิเวอร์พูล คุณเจอฟาน ไดค์ เขาวางบอลให้กองหน้า จากนั้นก็จบ

นั่นคือภาพรวมที่อธิบายว่า ทำไมถึงเป็น Sloppy Play แต่ลิเวอร์พูลพร้อมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้

 

 

บทความโดย  :: กิตติกร อุดมผล

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี