พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/21
บทความฟุตบอล บทความแมนยู

#เตรียมให้พร้อมก่อนสตาร์ต

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/21

มีความผิดแผกแตกต่างจากอดีตที่เคยเป็นมาอย่างสิ้นเชิง

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/21

 

เพราะปกติแล้วทุกคนจะคุ้นชินกับโปรแกรมเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่น ซึ่งเป็นการระดมพลกลับมารวมตัวฝึกซ้อม, เคาะสนิม, เรียกความฟิต รวมทั้งตระเวนออนทัวร์เพื่อหารายได้ และโปรโมตสโมสรในทุกมุมโลก

แต่ผลพวงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สะเทือนไปทั่วปฐพี รวมถึงแวดลงลูกหนังที่กระทบจนกลายเป็น “นิว นอร์มอล” ตั้งแต่ช่วงรีสตาร์ตซีซั่น หลังจากหยุดยาวไปหลายเดือน

แล้วสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ช้ากว่าหลายๆ ทีม และมีโปรแกรมอุ่นเครื่องแค่แมตช์เดียว (แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1)

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มักอ้างว่าการเล่นรอบน็อกเอาต์ ยูโรปา ลีก ฤดูกาลที่แล้ว ถือเป็นโปรแกรมซีซั่นของ ปีศาจแดง และพร้อมเดินหน้าเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ตามคอนเซปท์ของตัวเอง

19 กันยายนนี้ เร้ด เดวิลส์ จะออกสตาร์ตเทอมใหม่ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ คริสตัล พาเลซ ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แต่กว่าจะถึงวันนั้น โซลชา ยังมีการบ้านกองโตให้แก้ไขปรับปรุง ดังต่อไปนี้

ซีซั่น 2019/20 ปีศาจแดง จบอันดับ 3 ของลีก แต่มีคะแนนน้อยกว่า ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ถึง 33 แต้ม และนี่คือ 5 จุดสำคัญที่จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ข้อแรกสุดเลยต้องพยายามลดความผิดพลาดรายบุคคล

ฤดูกาลที่แล้ว ยูไนเต็ด เสีย 36 ประตู (เฉลี่ยเสีย 0.95 ลูกต่อเกม) ซึ่งภาพรวมยังดีกว่าซีซั่น 2018/19 ที่เสียไปถึง 54 ประตู

แต่ปรากฏว่าหลายครั้งหลายหน มันดันทะลึ่งเกิดจากข้อผิดพลาดของแข้งผีแดงเอง โดยเฉพาะแนวรับอย่าง ดาบิด เด เคอา, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ลุค ชอว์

สิ่งที่ โอเล่ ต้องกำชับลูกทีมคือลดลดความผิดพลาดให้น้อยลง, มีสมาธิเต็มที่ในเกม และมีวินัยในการเล่นให้มากกว่าเดิม

ข้อสองคือลูกตั้งเตะทั้งรับและรุก

เพราะ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในทีมที่มีสถิติเสียประตูจากเซตเพลย์มากสุดในช่วงออกสตาร์ตซีซั่นที่แล้วจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หลังเกมพ่าย เบิร์นลี่ย์ เมื่อเดือนมกราคม ”ปีศาจแดง” เสียประตูรวมจากลูกตั้งเตะไปถึง 9 ลูก ก่อนที่ช่วงท้ายซีซั่นจะมีสถิติที่ดีขึ้น

นอกจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ยังทำประตูจากลูกตั้งเตะได้น้อย ตามสถิติตลอดฤดูกาลได้แค่ 8 ประตูจากที่ได้ลูกเตะมุมทั้งหมด 208 ครั้ง และหากพัฒนาจุดนี้ไม่ได้ ก็คงลุ้นผลงานสวยๆ ลำบาก
ข้อสามคุณภาพรุกจากฟูลแบ็ก

อารอน วาน-บิสซาก้า กับ ลุค ชอว์ แบ็กตัวจริงสองฝั่งของแมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ดีในเกมรับ แต่ยังต้องปรับปรุงอย่างแรงเรื่องเกมรุก โดยตลอดซีซั่นที่แล้วฟูลแบ็กทุกคนในทีมแอสซิสต์รวมกันแค่ 7 ลูกเท่านั้น

ข้อสี่คือวิญญาณเพชฌฆาตไล่ล่าชัยชนะ

ย้อนกลับยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้นบรรดาขุนพลผีแดงไม่เคยยอมแพ้ หรือออกอาการท้อแท้ และพยายามมองหาชัยชนะตลอดเวลาจนกว่าสิ้นเสียงนกหวีดยาวหมดเวลา

แต่ช่วงหลังหากโดนยิงนำไป ก็มักเหนื่อยเสมอและยากที่จะพลิกกลับมาเอาชนะ ทำให้ทีมต้องทำคะแนนหลุดมือไปบานเบอะ

ข้อห้าตรงนี้สำคัญมากคือการล่าตาข่าย

ฤดูกาลที่แล้ว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (23 ประตู) กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด (22 ประตู) เป็นแค่สองแข้งผีแดงที่ยิงรวมทุกรายการเกิน 20 ประตู ซึ่งถือว่าน้อยเกินไป สำหรับการลุ้นความสำเร็จ

แต่หากนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก ดูโอ มาร์ก-แรช ต่างทำได้ 17 ประตูเท่ากัน ส่งผลให้ยังไม่มีแข้งอสูรคนไหนที่ยิงในลีกเกิน 20 ลูกได้เลย นับตั้งแต่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ตะบัน 26 ประตู เมื่อฤดูกาล 2012/13 ซึ่งเป็นหนล่าสุดที่ ยูไนเต็ด ได้ฉลองแชมป์ลีก

66 ประตูคือจำนวนที่ ปีศาจแดง ยิงได้ และนับว่าน้อยสุดในบรรดาทีม 5 อันดับแรกของตาราง ซึ่งลำพังการเข้ามาของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค คงกระตุ้นตัวเลขให้สูงขุึ้นมาไม่เท่าไหร่หรอก

เชื่อเหลือเกินว่า หากยังยิงแบบประหยัดแบบนั้น ก็มีโอกาสสูงที่จะหลุดวงโคจรจากท็อปโฟร์ โดยไม่ต้องชะเง้อมองเรื่องความหวังในการลุ้นแชมป์ให้เสียเวลาเลย

 

 

บทความโดย  :: โรบิน

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี