ลิเวอร์พูลยิงได้ทั้งหมด 117 ประตูใน 57 นัด(รวมทุกรายการยกเว้นการอุ่นเครื่อง)
บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

3 ประสานกับ 2 ตัวช่วยของลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลยิงได้ทั้งหมด 117 ประตูใน 57 นัด(รวมทุกรายการยกเว้นการอุ่นเครื่อง)

ด้วยนักเตะ 20 คน โม ซาลาห์คือนักเตะที่ยิงได้สูงสุดในทีม 23 ประตู (19 ประตูในลีก)

ลิเวอร์พูลยิงได้ทั้งหมด 117 ประตูใน 57 นัด(รวมทุกรายการยกเว้นการอุ่นเครื่อง)

ซาดิโอ มาเน่ 22 ประตู (18 ประตูในลีก) บ๊อบบี้ ฟีร์มีโน่ 12 ประตู (9 ประตูในลีก) คิดเป็น 40 % ของทีม และ 54 % ของพรีเมียร์ ลีก

นั่นคือความสำคัญของ 3 ประสาน มาเน่ ฟีร์มีโน่และซาลาห์ และทั้ง 3 คน ยังเป็นตัวหลักชนิดเยอร์เก้น คลอปป์ ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าพิจารณาจากนักเตะที่ลิเวอร์พูลมี ณ เวลานี้ ซึ่งหลายคนมองว่า นี่คือจุดอ่อนและลิเวอร์พูลควรเสริมทีมเพื่อกดดันทั้ง 3 คน หรือเพิ่มทางเลือกให้ทีม ยาม 3 คนนี้ผลงานไม่เข้าเป้า

ไม่มีทางเลือก หรือคลอปป์มีความสุขที่จะเลือกแบบนี้ ผมคิดว่าเป็นแบบที่สอง มองจากปรัชญาการทำทีมคือพยายามพัฒนานักเตะ มากกว่ามองว่านักเตะคือชิ้นส่วนแล้วพยายามหาชิ้นส่วนดีที่สุดเข้ามา นับตั้งแต่ปิดฤดูกาล คลอปป์ไม่เคยเปลี่ยนถอด 3 คนนี้ออกจาก 11 ตัวจริง แต่พยายามหาทางทำให้ 3 คนนี้เล่นดีขึ้น

ฟีร์มีโน่คือตัวเชื่อมและห้องเครื่องในเกมรุก เขาไม่ใช่กองหน้าที่ยิงประตูยอะ แต่มีบทบาทกับเกมของทีมสูงมาก โดยเฉพาะการครองบอล สถิติครองบอลเฉลี่ย 21.8 ครั้งต่อ 90  นาทีในฤดูกาล 19-20 ดีกว่า มาเน่ 20.5 และซาลาห์ 12.4 ทั้งที่ฟีร์มีโน่เล่นในพื้นที่แคบๆ และโดนประกบติดตลอดเวลา

จุดเด่นอีกอย่างของฟีร์มีโน่คือการแย่งและตัดบอลจากฝ่ายตรงข้าม การเล่นทีเจ้าเล่ห์แบบบราซิล ฟีร์มีโน่ทำฟาวล์ 108 ครั้งตลอด 3  ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่โดนใบเหลืองเดียว (มกราคม 2018 เกมกับแมนฯ ซิตี้) นั่นหมายถึงการทำลายเกมคู่ต่อสู้ โดยไม่เสียเลือดเนื้อ และเป็นสถิติดีที่สุดในบรรดานักเตะกองหน้าของพรีเมียร์ ลีกทุกคน

ซาลาห์คือคนที่แฟนบอลอาจกังวลที่สุด จาก 32 ประตูในลีก ปี 17-18 เหลือ 22 ประตูใน 18-19 และ 19 ประตูในฤดูกาลที่ผ่านมา เขาคือดาวยิงสูงสุดของทีม แต่อยู่ดีๆ ก็ฟอร์มเงียบหายไปดื้อๆ นับตั้งแต่พรีเมียร์ ลีกเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อมิถุนายน ซาลาห์ยิงได้ 3 ประตู ในเกมกับคริสตัล พาเลซและไบรท์ตัน (2 ประตู) และยิ่งเงียบหายในเกมกับแบล็คพูล ซึ่งนักเตะระดับนี้น่ายิงได้ แถมเป็นเกมที่ทีมยิง 7 ประตู

ฤดูกาล 2019-20 ซาดิโอ มาเน่ คือคนที่เด่นที่สุดในเกมรุก แม้ยิงได้น้อยกว่าซาลาห์ แต่พิจารณาจากโอกาส มาเน่ใช้โอกาสคุ้มค่ากว่าซาลาห์ หรือบอกได้ว่า หากบอลและโอกาสทำประตู เกิดขึ้น ระหว่าง ซาลาห์หรือมาเน่ คนหลังทำได้ดีกว่า ค่าเฉลี่ยแต่ละเกม มาเน่ยิงเกมละ 2.5 ครั้ง ซาลาห์ 4 ครั้ง และฟีร์มีโน่ 3 ครั้ง หารออกมาเป็น ประตูได้ มาเน่ดีสุดในบรรดา 3 คน

มาเน่ไม่ใช่จอมแอสซิสต์ของทีม สูงสุดคืออเล็กซานเดอร์ –อาร์โนลด์ (13) แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (12) ซาลาห์ (10) ฟีร์มีโน่ (8) และมาเน่ 7 ครั้งเท่านั้น เท่ากับความทำอย่างไร มาเน่จะมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากกว่านี้

 

ซึ่งผมว่านี่คือสิ่งที่คลอปป์พยายามทำ คุณมีแนวรุกดีที่สุดชุดหนึ่งในยุโรป แล้วจะเปลี่ยนทำไม ตรงกันข้ามทำอย่างไร 3 คนนี้จะเล่นได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คำตอบอยู่ที่ทาคูมิ มินามิโนะ

ทุกคนยอมรับว่า 4-3-3 โดนจับตายลิเวอร์พูลต้องเปลี่ยน แต่จะเปลี่ยนอย่างไร เมื่อเงื่อนไขคือ ลิเวอร์พูลไม่ซื้อกองหน้าที่แฟนๆ อยากได้ เท่ากับ 3 คน คือกำลังหลักเหมือนเดิม คลอปป์พยายามเปลี่ยน เห็นได้ว่า เมื่อลิเวอร์พูลเล่นแบบ 4-2-3-1 หรือ 4-2-1-3 ดูดีกว่าการเล่นแบบเดิม

มินามิโนะหรือนาบี เคต้าคือคำตอบว่า ทำอย่างไรเกมรุกของลิเวอร์พูลสามารถขับเคลื่อนได้

ฤดูกาลนี้ 4-3-3 ยังไงก็ไม่ได้ผล เหมือนเกมครึ่งแรกกับอาร์เซน่อลและแบล็คพูล การปรับแก้ในครึ่งหลัง มินามิโนะมีประโยชน์มาก ช่วยให้ฟีร์มีโน่เล่นได้ นำไปสู่การยิง 6 ประตูในครึ่งหลัง แบล็คพูลอาจห่างชั้นก็จริง แต่จะบอกว่าพวกเขากระจอกก็ไม่ได้ ดูครึ่งแรกซิ นี่คือสิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องโดน หากกองหลังพลาดแบบนี้ในพรีเมียร์ ลีก

คี ยาน่า ฮูเวอร์เล่นดี ผมชอบมากกว่านีโก วิลเลี่ยมส์ เช่นเดียวกับแน็ต ฟิลลิปส์และเซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก  น่าจะแย่งชิงกันเป็นกองหลังตัวที่ 4  ขณะที่บิลลี่ คูเมติโอ ยังต้องเรียนรู้ และเร็วไปสำหรับการขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เคอร์ติส โจนส์มีแต่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ผมชอบปฏิกิริยาตอนโดนฟาวล์ รีบลุกเล่นต่อ ไม่ต้องโวยวายเรียกร้องการปกป้องจากผู้ตัดสิน

ไม่มีใครรู้หรอก ลิเวอร์พูล 2020-21 จะเป็นอย่างไร ก็เดินหน้าคว้าแชมป์ลีกอีกสมัย แชมป์ยุโรป หรือรายการอื่นๆ คู่ต่อสู้น่ากลัว แต่มาตรฐานของลิเวอร์พูลเอง น่ากลัวกว่า พัฒนาการจาก 75 คะแนน อันดับสี่ 17-18 97 คะแนน รองแชมป์ 18-19 และ 99 คะแนน เป็นแชมป์ 19-20 ลิเวอร์พูลจะยืนระยะอย่างไร ด้วยทีมชุดเดิม

ทีมของคลอปป์ไม่เคยหยุดนิ่ง จากอันดับ 8 ในปีแรก ลิเวอร์พูลเล่นดีขึ้นเรื่อยๆ แง่ของคะแนน ฤดูกาล 17-18 อาจแพ้ 16-17 ซึ่งได้ 76 คะแนน แต่แง่ของประสิทธิภาพผมว่าดีขึ้น คำถามคือ เขาจะวิวัฒนาการลิเวอร์พูลฤดูกาลที่แล้วที่ฉีกทุกทีมในลีกแบบไม่มีใครสู้ได้ ให้ดีขึ้นอย่างไร

ถ้าทำได้นี่คือการฉีกกฎการทำทีมฟุตบอลที่ว่าด้วยการซื้ออย่างแท้จริง

 

 

บทความโดย  :: กิตติกร อุดมผล

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี