ครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกอังกฤษ
บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

ความรู้ไม่สำคัญเท่าวิธีการ โมนา เนมเมอร์

ครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกอังกฤษ

คนดูแลเรื่องอาหารนักเตะคือรอนนี่ มอแรน ส่วนมากเป็นอาหารพื้นๆของอังกฤษ

ครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกอังกฤษ

 

“เรามีเมนู 4 อย่างในยุค 90” แยน โมลบี้ มิดฟิลด์คนหนึ่งของทีมเปิดเผย “ไก่กับชิปส์ ปลากับชิปส์ พายกับชิปส์ และไส้กรอกกับชิปส์ รอนนี่จดว่าใครอยากได้อะไรหลังเกมนอกบ้าน รถบัสแวะจอดเพื่อรับอาหารระหว่างขากลับ”

ดูไม่น่าผิดพลาดอะไร ไก่ ปลา ไส้กรอกปรุงด้วยการทอด เช่นเดียวกับชิปส์ หรือมันฝรั่งทอด พายคือแป้ง

“นี่คืออาหารตอนนั้น พวกเราจัดการเกลี้ยงตบท้ายด้วยเบียร์สองสามขวด เราดื่มเบียร์บนรถขากลับเป็นประจำ”

ยุคนั้น ผมอ่านสตาร์ ซอคเกอร์ พบว่า นักเตะที่จริงจังเรื่องอาหารการกินก็มีแค่กอร์ดอน สตรั่คคั่น ของลีดส์ ซึ่งสามารถเล่นในดิวิชั่น 1 จนถึงอายุ 37-38 ปี มิดฟิลด์ชาวสก๊อตเข้มงวดเรื่องอาหารการกิน เน้นพวกพาสต้าและกล้วย จนเพื่อนนักเตะด้วยกันล้อว่า สตรั่คคั่นกินกล้วยจนจะกลายเป็นลิงแล้ว

เคยมีรายงานว่า ไรอัน กิ๊กส์ต้องลดการกินซอสมะเขือเทศ  และช็อคโกแลต วันที่เขาแขวนรองเท้า ผมจำได้ว่าบรรยายรายการทาง MU TV พิธีกรถามกิ๊กส์ว่า อยากทำอะไรหลังแขวนรองเท้า เขาตอบว่า “คงได้กินซอสมะเขือเทศและช็อคโกแลตเพิ่ม”

ปัจจุบัน อาหารกลายเป็นเรื่องสำคัญของนักกีฬา เพื่อรีดศักยภาพของแต่ละคนได้เต็มที่และฟื้นฟูร่างกาย

โมนา เนมเมอร์ คือคนสำคัญด้านนี้ของลิเวอร์พูลดังเยอร์เก้น คลอปป์ชื่นชมตลอดเวลา น้อยครั้งมากที่คลอปป์จะไม่เอ่ยปากถึงนักโภชนาการชาวเยอรมันผู้นี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสัมภาษณ์หลังลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี

“สิ่งที่โมนาทำเรื่องอาหารและโภชนาการเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก” คลอปป์ยังบอกด้วยซ้ำไป ช่วงโควิดนักเตะลิเวอร์พูล

อาจอดตายได้ หากไม่มีโมนาคอยจัดเตรียมอาหาร ส่งให้ถึงบ้านนักเตะ เพราะลิเวอร์พูลต้องการให้ร่างกายนักเตะมีภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัส บางทีนักเตะก็ปรึกษาเรื่องอาหารการกินของครอบครัวกับโมนาด้วย

โมนา เนมเมอร์ได้รับการยกย่องจากคลอปป์ว่าเป็นการเซ็นสัญญาระดับเวิร์ลด์ คลาส เมื่อเขาดึงเธอจากบาเยิร์น มิวนิคเมื่อหน้าร้อนปี 2016 พร้อมกับหัวหน้าโค้ชด้วยฟิตเนสส์และสภาพร่างกาย อันเดรียส คอร์นเมเยอร์ ทั้งสองเป็นกุยแจสำคัญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เมลวู้ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้นักเตะลิเวอร์พูลมีพละกำลัง ความแข็งแรง ตอบสนองแผนการของคลอปป์ได้

“อาหารก็เหมือนน้ำมันเชื้อเพลิง” อาร์แซน เวนเกอร์ ให้คำจำกัดความไว้แบบนี้ อดีตกุนซืออาร์เซน่อลให้ความสำคัญเรื่องนี้ นับแต่คุมทีมแห่งลอนดอนในยุค 90 “หากคุณเติมน้ำมันผิดประเภท เครื่องก็เสีย หรือไม่ก็ทำงานไม่เป็นปกติ”

เนมเมอร์ ดูแลการทำงานของเชฟสโมสร การคัดเลือกส่วนผสมและวัตถุดิบ ซึ่งผลิตได้ในท้องถิ่นแถวนั้น คำว่า ออร์แกนิกคือหัวใจสำคัญ ต้องแต่เนื้อสัตว์ ไก่ที่เลี้ยงด้วยข้าวโพด ปลาค็อดส่วนที่ไร้มันจากแอตแลนติก กวางย่าง ปรับห้องอาหารของเมลวู้ด จัดให้มีผลไม้ กราโนล่า โยเกิร์ต น้ำผลไม้ และสลัด  ให้คำปรึกษาเรื่องอาหารการกินกับนักเตะเป็นรายคน รวมถึงสอนนักเตะและครอบครัวทำอาหาร

นอกจากเตรียมอาหารที่ดี เธอให้รายละเอียดกับนักเตะด้วยว่า สิ่งที่เตรียมให้กินนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร ความสำคัญของน้ำ คาร์โบไฮเดรตและโปรตีน อาหารไม่เพียงแต่ให้พลังงาน แต่ยังฟื้นฟูร่างกายให้สมบูรณ์เร็วที่สุด พร้อมสำหรับการเล่นสุดสัปดาห์ ต่อด้วยกลางสัปดาห์

เนมเมอร์ต้องเตรียมอาหารหลังเกมให้นักเตะที่แอนฟิลด์ด้วย ไก่ แกะ ปลา บร็อกโคลี่นึ่ง มันฝรั่งบดผสมฝักทอง ซอสและน้ำสลัดแบบต่างๆ ที่ปรุงเองทีมโดยทีมพ่อครัวของสโมสร นักเตะสามารถห่อกลับไปบ้านได้อีก เกลือที่ใช้เมมเมอร์เน้นว่า เป็นเกลือทะเล ไม่ใช้เกลือสินเธาว์

ว่ากันว่า การฝึกซ้อมระหว่างทีมลิเวอร์พูลที่เมลวู้ด ทีมแพ้ต้องอบเค้กให้ทีมชนะ โดยเนมเมอร์เป็นคนดูแลกระบวนการปรุง น้ำตาลอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เราได้ยินอย่างนั้น แต่ดูเหมือนว่า มนุษย์ยากจะหลีกเลี่ยงของหวาน ดังนั้น ถ้าต้องการความหวาน เมมเมอร์เน้นให้ใช้ กากน้ำตาล หรือโมลาสแทนน้ำตาลทราย

เนมเมอร์เปิดเผยเรื่องโภชนาการของนักเตะแบบไม่ปกปิดอะไร เพราะมันคือศาสตร์ที่เรียนรู้กันทั่วไปสำหรับนักโภชนาการ นักเตะแต่ละคนต้องการอาหารไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ตำแหน่ง ส่วนสูงน้ำหนัก เชื้อชาติ พวกที่วิ่งเยอะๆ อย่างโรเบิร์ตสันหรืออเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต้องการพลังงานสูง เพราะฉะนั้น อาหารต้องให้แคเลอรี่ส์เยอะๆ

อัตราการเต้นของหัวใจ เจาะเลือดว่าแต่ละคนต้องเสริมอะไร ธาตุเหล็ก วิตามิน ดีหรืออาหารเสริมอื่นๆ ซึ่งแพทย์และสตาฟโค้ชให้ข้อมูลเหล่านี้กับเธอทุกวัน เพื่อปรับสารอาหารให้ตรงกับความต้องการของนักเตะมากที่สุด

นอกจากทีมโภชนาการของตัวเองแล้ว ลิเวอร์พูลร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งในอังกฤษ เพื่อความก้าวหน้าด้านโภชนาการ สิ่งที่ได้จากการค้นคว้า วิจัย ทดลอง นำมาใช้งานจริง เช่น การสนับสนุนให้นักเตะกินผลไม้ พวกบูลเบอร์รี่ส์ และมอเรลโล่ เชอร์รี่ส์ ซึ่งมีแอนติอ๊อกซิแดนต์ส เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้จริง

มหาวิทยาลัย จอห์น มัวร์สแห่งลิเวอร์พูล รวบรวมข้อมูลเมื่อปี 2017 นักเตะลิเวอร์พูลใช้แคเลอรี่ต่อวันเฉลี่ย 3,566 กิโล วันแข่งใช้ 3,789 กิโล วันซ้อมใช้ 2,965 กิโล  ตอนนั้น นักเตะทานคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไป เพื่อให้ร่างกายใช้พลังงานสำรองจากตับและกล้ามเนื้อได้ ต้องกินคาร์โบไฮเดรต 7 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่การทดสอบพบว่า พวกเขากินแค่ 6.4 กรัม ดังนั้น พวกเขาต้องเพิ่มคาร์บในบางวัน และลดในบางวัน

แกรม ซูเนสส์ พยายามแก้ไขเรื่องนี้ให้ลิเวอร์พูลเมื่อรับตำแหน่ง แต่นักเตะไม่เอาด้วย ใครก็ชอบ ไข่กับเบค่อน

“ผมกินออมเล็ตแฮมและชีสสามชั่วโมงก่อนเกม ชาร้อนใส่น้ำตาลสี่ช้อนระหว่างพักครึ่ง” โมลบี้พูดถึงอาหารโปรดของเขาในวันแข่ง “อาหารก่อนเกมของรัชคือ ฟิลเลต์ สเต๊คแบบมีเดียม เสิร์ฟกับเบคบีน แต่แกรมบอกว่า จะกินแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว”

“เราทุกคนเจอ ปลานึ่ง ไก่นึ่ง พาสต้า ผัก แกรมได้สิ่งเหล่านี้จากซามพ์โดเรีย เขารู้ว่า ที่อื่นทำกันอย่างไร เขาทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่เขาทำผิดวิธี เขาสามารถเรียกประชุมพวกเรา อธิบายว่า ทำไมต้องทำแบบนั้น ผมคิดว่า ทุกคนคงเห็นด้วย แต่ทุกคนรู้สึกโดนบังคัย และไม่ค่อยมีใครเห็นด้วยกับเขา”

เนมเมอร์ไม่มีปัญหาเหมือนซูเนสส์ นักเตะยอมรับความคิดของเธอ เช่นเดียวกับเมนูที่หลากหลาย อันเป็นประโยชน์ต่อทุกคน พวกเขาดื่มน้ำแอปเปิ้ลผสมคาเฟอีนระหว่างพักครึ่ง แทนที่จะเป็นขนมหวาน

หัวใจแห่งความสำเร็จคือ ไม่บังคับใครให้กินอะไร หรือห้ามกินอย่างที่ชอบ แต่ให้ทางเลือกที่ดีกว่า เพราะฉะนั้น นักเตะย่อมเลือกทางที่ดีกว่า เมมเมอร์คิดสูตรขนมปังร่วมกับคริส มาร์เชลล์ หัวหน้าเชฟสโมสร จนได้ขนมปังสำหรับอาหารเช้า

ก่อนยุคเนมเมอร์ ลิเวอร์พูลแค่ปรึกษานักโภชนาการเป็นครั้งคราว

“เมนูของเรา นักเตะเป็นคนเลือก สี่ปีที่ผ่านมา เราวางระบบ นักเตะเรียนรู้ไปพร้อมกันว่า พวกเขาต้องการอะไร ร่างกายอยากได้อะไร ทำอย่างไรร่างกายจะฟื้นตัวดีที่สุด นักเตะได้รับความรู้ว่าควรทำอะไร”

จากเริ่มต้น นักเตะหมดแรงก่อนจบเกม ไม่สามารถเล่นแบบที่คลอปป์ต้องการ กลายเป็นนักเตะพร้อมตอบสนองทุกอย่าง เพราะการทำงานตั้งแต่เบื้องหน้า ในสนามแข่ง ย้อนกลับไปสู่สนามซ้อม และห้องครัว ทำให้นักเตะเหมือนรถได้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์

ที่สำคัญคือวิธีการ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ อย่าบังคับ

 

 

บทความโดย  :: กิตติกร อุดมผล

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี