บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

ฤดูกาล 2019-20 ยอดเยี่ยมระดับปรากฎการณ์

ลิเวอร์พูลทิ้งแมนฯ ซิตี้ได้อย่างไร ขณะที่ฤดูกาลที่แล้ว ( ห่างกันแค่ 1 คะแนน )

แชมเปี้ยนของอังกฤษ 99 แต้ม ทำแต้มมากสุดเป็นลำดับสองตลอดกาลของพรีเมียร์ ลีก

ลิเวอร์พูลทิ้งแมนฯ ซิตี้ได้อย่างไร ขณะที่ฤดูกาลที่แล้ว ( ห่างกันแค่ 1 คะแนน )

ลิเวอร์พลู ชนะ 32 นัดในหนึ่งฤดูกาล ไม่แพ้ในบ้านตลอดฤดูกาลและไม่แพ้ในแอนฟิลด์สำหรับเกมลีก ติดต่อกัน 3 ฤดูกาล ชนะนอกบ้าน 14 เกม ชนะเหย้าและเยือน 13 ทีม ที่สำคัญชนะได้ทุกทีมในพรีเมียร์ ลีก น่าเป็นจริงดังเป็ป กวาดิโอล่าว่า นี่คือทีมดีที่สุดแห่งยุค ช่องว่าง 18 แต้มระหว่าง อันดับ 1 และ 2 คือคำตอบที่ชัดเจน

2019-20 คือฤดูกาลที่ดีที่สุด(สำหรับผม) ยิ่งพิจารณาปัจจัยหลักของฟุตบอลในปัจจุบัน เงินของคู่ต่อสู้แมนฯ ซิตี้ แมนฯ ยฯ เชลซี ถูกต้องเงินซื้อแชมป์ไม่ได้ คุณต้องใช้เงินให้เป็นด้วย นั่นคือเครดิตสำหรับทีมอันดับ 2 3 และ 4 ทำได้ดีตลอดยุคพรีเมียร์ ลีก ไม่น่าจะมีโอกาสที่จะเห็น แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1995  เมื่อเซอร์แจ็ค วอล์คเกอร์ เข้ามาทุ่มเงินในระยะสั้นๆ แล้วทีมได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ

อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือโคโรน่าไวรัส การล็อค ดาวน์ ทุกคนใช้ชีวิตโดยไม่รู้ว่าจะติดเชื้อหรือไม่ และฟุตบอลจะกลับมาเมื่อไร นั่นส่งผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องนับบรรดาโมฆะ ยูไนเต็ดทั้งหลาย

เดอะ ค็อปมองถึงฤดูกาลต่อไป แฟนของทุกทีมก็เช่นกัน แมนฯ ซิตี้ แมนฯ ยูฯ เชลซีหาหนทางโค่นลิเวอร์พูลจากบัลลังก์  แล้วลิเวอร์พูลจะอยู่ระดับเดิมได้อย่างไร ถ้าจำกันได้ จอห์น บาร์นส์ พูดครั้งมาเยือนประเทศไทยเมื่อต้นฤดูกาล ด้วยการสนับสนุนของรถยนต์ซูซูกิ กิจกรรมสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลในเมืองไทยที่เฝ้ารอแชมป์ลีกครั้งแรกนับจากปี 1990

“มีแค่ลิเวอร์พูลกับแมนฯ ซิตี้เท่านั้นที่ลุ้นแชมป์ 19-20 สำหรับลิเวอร์พูลขึ้นอยู่กับว่า เราจะใช้ศักยภาพของทีมให้ดีที่สุดอย่างไร 97 แต้มฤดูกาลที่ผ่านมาคือมาตรฐาน เราทำได้ดีกว่าหรือไม่”

เอาเข้าจริงๆแล้ว ลิเวอร์พูลไม่ต้องทำถึง 97 แต้มก็เป็นแชมป์ฤดูกาลนี้ แต่เพราะความสม่ำเสมอแบบน่ากลัวสุดช่วงต้นฤดูกาล 19 นัดแรก ชนะ 18 เสมอ 1 นำเลสเตอร์อันดับ 2 13 คะแนน นำแมนฯ ซิตี้อันดับ 14 คะแนน ผ่านไป 30 นัด ยิ่งเล่นยิ่งห่าง ลิเวอร์พูลนำแมนฯ ซิตี้ 20 คะแนน (83-63) อีก 3 คะแนนก็เป็นแชมป์

แมนฯ ซิตี้ไม่ได้ขี้เหร่ โดยเฉพาะตั้งแต่โปรเจคต์ รีสตาร์ทเริ่มต้น และนักเตะที่พวกเขามี ไม่น่าแปลกใจที่แดนนี่ เมอร์ฟี่ย์ยังบอกว่า นักเตะลิเวอร์พูลไม่เก่งพอจะผูกเชือกรองเท้าให้เดวิน เดอ บรอยน์ ทีมที่เก่งก็มีปัญหา หากไม่สามารถรักษาความสม่ำเสมอได้ ฤดูกาล 2018-19 แมนฯ ซิตี้ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะ 14 เกมสุดท้าย แต่ฤดูกาล 19-20 เพิ่งมาเล่นดีต่อเนื่อง ชนะรวด 5 นัดเป็นครั้งแรกในฤดูกาล  และฟุตบอลเล่นกันเป็นทีม ไม่ใช่วัดกันเฉพาะใครกับเคิน เดอ บรอยน์

ความสม่ำเสมอของลิเวอร์พูลคือสิ่งที่เยอร์เก้น คลอปป์ค่อยๆสร้าง จากความผิดหวังในฟุตบอลถ้วย 2 รายการเมื่อ 15-16 ลิเวอร์พูลค่อยๆขยับขึ้นมาลุ้นพื้นที่ 4  อันดับแรก (16-17 และ 17-18) ซึ่งจบ 2 ฤดูกาลเต็มของคลอปป์ ลิเวอร์พูลได้เข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้จะแพ้เรอัล มาดริด แต่เดอะ ค็อปเชื่อว่า สิ่งดีๆกำลังเกิดขึ้น

การซื้อและพัฒนานักเตะคือสิ่งสำคัญ อลิซง เบ๊คเกอร์คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของทีมชุดนี้ ขณะที่เวอร์จิล ฟาน ไดค์คือคนยกระดับเกมรับให้กลับไปเหนียวแน่น และมีอะไรมากกว่าเซนเตอร์ฮาล์ฟที่แข็งแกร่งอย่างเดียว นี่คือจักรพรรดิลูกหนังที่ทำมากกว่าสกัดบอล (ไม่นับการฟาวล์ใน 20 วินาทีแรกนำไปสู่การเสียประตูแรกเกมกับนิวคาสเซิ่ล 5555)

เวอร์จิล ฟาน ไดค์ คือนักเตะคนแรก (ที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตู) ของลิเวอร์พูลหลังจากสตีฟ นิโคลทำได้คือ เล่นทุกนัดในลีก 2  ฤดูกาลติดต่อกัน (นิโคล 87-88 และ 88-89) ยุคพรีเมียร์ ลีก ร็อบบี้ ฟาวเลอร์คือคนแรกที่เล่นทุกนัดเหมือนกัน 2  ฤดูกาลติดต่อกัน 42 นัดในฤดูกาล 94-95 และ 38 นัดในฤดูกาล 95-96 แต่เดอะ ก็อดไม่ได้เป็นตัวจริงทุกนัด และเล่นทุกนาทีของเกมเหมือน เวอร์จิล ฟาน ไดค์

นักเตะคนล่าสุดของลิเวอร์พูลที่เล่นทุกนัดทุกนาที เป็นตัวจริงตลอดฤดูกาลคือ มาร์ติน สเคอร์เทล ทำไว้เมื่อ 2010-11 3,420 นาที

นับว่าโชคดีมากที่เวอร์จิล ฟาน ไดค์ไม่บาดเจ็บ ซึ่งผมว่า อลิซง เบ๊คเกอร์ถ้าไม่เจ็บ ปีนี้คงทำเช่นเดียวกับฟาน ไดค์

ขณะที่เซนเตอร์อีก 3 คน โจเอล มาติป เดยัน ลอฟเร็นและโจ โกเมซผลัดกันเจ็บ หรือบางทีก็เจ็บพร้อมกัน จนลิเวอร์พูลต้องเรียกแน็ตต์ ฟิลลิปส์กลับมาจากเยอรมันเมื่อต้นปี 2020 ลิเวอร์พูลสามารถใช้บริการของฟาน ไดค์ได้ครบถ้วน เมื่อคืน เขาผ่านบอลมากสุดเป็นลำดับ 2 รองจากโจ โกเมซ แต่แม่นยำกว่า 92.8 กับ 89.3 % และเป็นการผ่านบอลในแดนฝ่ายตรงข้าม 66 ครั้งหรือ 88.7 % ของการผ่านบอลทั้งหมดของตัวเอง

ฟาน ไดค์คือคนกำกับเกมรุกของลิเวอร์พูล ไม่น้อยกว่าบรรดามิดฟิลด์

เทียบกับทาคูมิ มินามิโนะ ท่านอาจแปลกว่าทำไม ผมเทียบแบบนี้ มันคนละเรื่อง  แต่จริงๆแล้วโดยบริบทของเทียบกันได้ เมื่อคืน มินามิโนะเล่นได้ดี ขาดอย่างเดียวคือประตู มินามิโนะได้บอล 28 ครั้ง ผ่านบอลสำเร็จ 26 ครั้งคือ 92.9 % น้อยมากสำหรับจำนวนบอลที่มินามิโนะได้ อย่าลืมว่าเขาเล่นไม่ครบ 90 นาที และพื้นที่ของมินามิโนะ ยากที่จะได้บอลเป็นร้อยครั้งใน 1 เกม อ๊อกซ์เลด-เชมเบอร์เลนได้ 20 ครั้ง ดิว็อค โอริกี้ได้ 21 ครั้ง นี่คือการเล่นที่มินามิโนะเป็นแกนของเกมรุก

มินามิโนะกับฟาน ไดค์ต่างกันอย่างไร

วันที่ 2 คนนี้เข้ามาสู่ทีม สถานะของลิเวอร์พูลแตกต่างกัน เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เข้ามาขณะลิเวอร์พูลมีแนวโน้มว่าจะดี สำหรับฤดูกาล 2017-18 แต่มินามิโนะย้ายมามกราคม 2020 ลิเวอร์พูลเตรียมตัวเป็นแชมป์ ความคาดหวังต่างๆไม่เท่ากัน และโดนเทียบว่า เขาต้องสร้างสิ่งมหัศจรรย์เหมือนเกมลิเวอร์พูลเจอซัลบวร์ก

คลอปป์บอกว่า มีแค่ฟาน ไดค์คนเดียวที่เล่นได้ดีระดับนี้ โดยไม่ต้องมีพรีซีซั่น  นอกนั้นมาเน่ ฟีร์มีโน่ ซาลาห์ ใช้เวลากี่ปีกว่าจะกลายเป็น 3 กองหน้าที่น่ากลัวที่สุดชุดหนึ่งของยุโรป แอนดี้ โรเบิร์ตสันอดทนนานแค่ไหน กว่าจะกลายเป็นเพลย์ เมคเกอร์ของทีมจากริมเส้น เช่นเดียวกับเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ตั้งแต่ระดับอาแคเดอมี่  เฮนเดอร์สัน ไวนัลดุม มิลเนอร์ หรือแม้แต่เคต้า ทุกคนได้เปรียบมินามิโนะทั้งนั้น

เวลา ความคาดหวังคือสิ่งที่นักเตะเหล่านั้นแบกน้อยกว่ามินามิโนะทั้งสิ้น คลอปป์ทำงานแบบค่อยๆสร้างปฏิมากรรมสักชิ้น ต้องอดทนค่อยๆขัดเกลาจนนักเตะแต่ละคนได้แบบที่เขาต้องการ ไม่ง่ายหรอกที่จะเล่นในแบบที่คลอปป์ต้องการ นอกจากเก่ง ฟิต คุณต้องทำได้ซ้ำๆ แบบไม่ต้องคิด หรือเครื่องจักร

ที่สำคัญภายใต้เงื่อนไขด้านการเงิน ยังไงลิเวอร์พูลต้องใช้นักเตะที่มีอยู่ให้ดีที่สุด แล้วฤดูกาลหน้าเรามาดูกันว่า ลิเวอร์พูลจะยืนอยู่ ณ จุดเดิมได้หรือไม่

ไม่ใช่การเป็นแชมป์นะ แต่เล่นได้ดี สม่ำเสมอแบบฤดูกาลนี้ก็พอ อย่างอื่นคู่ต่อสู้จะให้คำตอบเอง

ถ้าคุณเล่นดี ไม่ต้องกังวลว่า แมนฯ ซิตี้จะดีกว่า แมนฯ ยูฯ มีบรูโน่และได้จุดโทษมากกว่าใคร หรือเชลซีจะทุ่มซื้อใครมาอีก เราไม่ได้ยะโส ไม่ได้ผยองหลังจากคว้าแชมป์ครั้งแรก แต่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่ต่างหาก เพราะตอนนี้ ความยอดเยี่ยมทั้งหลายของฤดูกาล 19-20 คืออดีตแล้ว

 

บทความโดย  :: กิตติกร อุดมผล

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี