มหากาพย์ลิเวอร์พูล 30 ปีแห่งความเจ็บปวด 5
บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

#มหากาพย์ลิเวอร์พูล 30 ปีแห่งความเจ็บปวด 5

#มหากาพย์ลิเวอร์พูล 30 ปีแห่งความเจ็บปวด 5

#1998-2004การปฏิวัติโดยอุลลิเยร์

ทันทีที่คุมทีมโดยลำพัง เชลาร์ อุลลิเยร์ ใช้อำนาจของเขาจัดการนักเตะกลุ่มที่ไร้วินัย เช่นเดียวกับเรื่องอื้อฉาว คริสต์มาส ปาร์ตี้ (นักแสดงเปลื้องผ้า วิปครีม สารพันเรื่องไม่ดีแห่งยุค” เขาวางกฎระเบียบเข้มงวดมากขึ้น เช่น การแต่งกาย นักเตะควรทานอาหารและดื่มน้ำตอนไหน ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะเดินในอาคารสโมสร ห้องแต่งตัวและสนามซ้อม ฟิล ธอมป์สัน อดีตกัปตันทีม กลับมาเป็นผู้ช่วย อุลลิเยร์ เพื่อกำราบม้าพยศ

นักเตะบางคนพอใจ เพราะบรรยากาศในทีมดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น บางคนไม่พอใจ

“เชลาร์ดเด็ดขาด” เมอร์ฟี่ย์พูดถึง “เขากำจัดนักเตะอาวุโสหลายคนที่แนวคิดไม่ตรงกัน ระเบียบวินัยภายในสโมสรเปลี่ยนไปทันที เครื่องแต่งกาย การรักษาเวลา และการฝึกซ้อม จริงจัง มีแนวทางมากขึ้น ไม่ใช่ว่าแบบเดิมไม่ดี แต่มันเหมือนการเปลี่ยนแปลงของอาร์เซน่อลยุคเวนเกอร์เลย”

วิธีการของอุลลิเยร์ใช่ว่าจะถูกใจทุกคน ฮาร์คเนสส์และแม็คเคเทียร์ย้ายหลังจากการเปลี่ยนแปลงกุนซือไม่นาน สำหรับคนที่อยู่ อาจไม่เห็นด้วยกับผจก. 100 % “บางหลักการที่เขานำมาใช้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะวินัย เราต้องอยู่ในกรอบ มีระเบียบ” เดวิด ธอมป์สันกล่าว “แต่การเล่นฟุตบอล เขาปิดกั้นการเล่นของนักเตะ ซึ่งผมว่าล้าหลัง ผมไม่คิดว่าวิธีการของฮุลลิเยร์คือการปฏิวัติ ทำอะไรใหม่ แบบอาร์แซน เวนเกอร์ที่อาร์เซน่อล”

นักเตะคนแรกของอุลลิเยร์คือ ฌอง มิเชล แฟร์รี่ มิดฟิลด์ฝรั่งเศสที่ช้าและน่าเบื่อ เขาเล่นให้ลิเวอร์พูลแค่ 47 นาที ก่อนโดนขายให้โซโชซ์ในอีก 6 เดือนต่อมา นักเตะลือว่า มิเชล แฟร์รี่มาเพื่อเป็นหูเป็นตาของผจก.ในห้องแต่งตัว ตอนนั้นนักเตะหลายคนชื่อแปลก สำเนียงพูดแปร่งเข้ามาและออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีผลงาน

ขณะเดียวกัน สตีฟ แม็คมานามานปล่อยให้สัญญาเดิมสิ้นสุดลง แล้วตัดสินใจย้ายไปเรอัล มาดริดโดยไม่มีค่าตัว หลังจบฤดูกาล “นั่นคือหายนะ” ธอมป์สันบอก “พยายามยื้อให้สัญญาแม็คก้าหมด ดึงเกมไปเรื่อยๆระหว่างเจรจาคือข้อผิดพลาดสำคัญของลิเวอร์พูล”

พร้อมๆกับแม็คมานามานย้ายไป อุลลิเยร์พยายามให้โอกาสนักเตะจากทีมเยาวชน ช่วงแรกที่คุมทีม ลิเวอร์พูลชนะเซาแธมป์ตัน 7-1 ทุกประตูยิงโดยนักเตะสายเลือดลิเวอร์พูลล้วนๆ ฟาวเลอร์แฮตทริค โดมินิค มัตเตโอ เจมี่ คาร์ราเกอร์ โอเว่นและเดวิด ธอมป์สัน แต่พวกเขาชนะ 2 จาก 12 เกมต่อมาในทุกรายการ 21 เมษายน อุลลิเยร์ให้นักเตะที่แทบไม่มีใครรู้จัก ฌอน ดันดี ลงสนาม และทีมแพ้เลสเตอร์คาบ้าน 1-0 ขณะที่แมนฯ ยูฯ กำลังแข็งแกร่ง พลิกสถานการณ์จากตกเป็นรองยูเวนตุส 2-0 ที่ตูรินกลับมาชนะ 3-2 ได้เข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก

ลิเวอร์พูลจบเป็นอันดับ 7 ของฤดูกาล 1998/99 ตามหลังเชลซีอันดับ 3 21 คะแนน ขณะที่แมนฯ ยูฯได้แชมป์ลีกสมัยที่ 5 ในรอบ 7 ฤดูกาล พร้อมกับได้แชมป์เอฟเอ คัพและแชมเปี้ยนส์ ลีก

#มหากาพย์ลิเวอร์พูล 30 ปีแห่งความเจ็บปวด 5

เป็นทศวรรษแห่งความเจ็บปวด ณ แอนฟิลด์ และมันจะเลวร้ายกว่านั้นอีกในอนาคต

อุลลิเยร์ชอบใช้คำว่า วิวัฒนาการมากกว่าการปฏิวัติ หน้าร้อนปี 1999 ถือเป็นกลียุคหนึ่ง

กำลังหลัก เจมส์ อินซ์ และแม็คมานามานย้าย แซนเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ย้ายมาจากวิเทสเซ่ อาร์แน่ม แซมมี่ ฮูเปียจากวิลเล็ม ทเว วลาดิเมียร์ ชไมเซอร์จากล็องส์ เอริค ไมเยอร์จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และติตี้ กามาร่าจากมาร์กเซย์ นักเตะที่หนังสือพิมพ์อังกฤษบอกว่า less a Who’s Who of European football — more a ‘Who’s He?’ลิเวอร์พูลไม่ได้ดึงคนดังจากยุโรปเข้ามา แต่พวกนีคือใครกัน

บางคนเป็นที่คุ้นเคยของแฟนบอล สเตฟาน อองโชส กองหลังสวิสจากแบล็คเบิร์น มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน ดีตมาร์ ฮามานน์ จากนิวคาสเซิ่ล แต่ภาพรวมของการเสริมทีมสร้างความน่าสงสัยมากกว่ามั่นใจ

“ผมไม่สนใจจุดนี้เท่าไรในตอนนั้น แต่เชราร์ดค่อนข้างเสี่ยงกับการซื้อนักเตะต่างชาติรวดเดียว 6-7 คน” ฮามานน์ระลึกความทรงจำ “เขามีนักเตะอังกฤษรุ่นใหม่ฝีเท้าดี โดยเฉพาะไมเคิ่ล โอเว่นและสตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่เขาอยากเปลี่ยนโครงสร้างทีม นักเตะบางคนฝีเท้าระดับท็อป ซามี่กับอองโชซ น่าจะเป็นคู่เซนเตอร์ดีที่สุดในพรีเมียร ลีกนาน 3-4 ฤดูกาล”

แต้มของลิเวอร์พูลลดจากเดิมติดต่อกันเป็นฤดูกาลที่ 4 จาก 74 ใน 94/95 เป็น 54 ใน 98/99 ฤดูกาลต่อมาของอุลลิเยร์ พวกเขาทำได้ดีขึ้น 67 คะแนน หลังทีมมีปัญหาในเกมรับตลอดสองสามฤดูกาลที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลเสียแค่ 30 ประตู น้อยที่สุดในพรีเมียร์ ลีก เพราะการเล่นที่ยอดเยี่ยมของ ฮูเปียและอองโชซ

อย่างไรก็ตาม การปรับเกมรับให้เหนียวแน่น ส่งผลต่อเกมรุก โอเว่นผลงานโดดเด่นเหมือนยุคแรกของฟาวเลอร์ เช่นเดียวกับการบาดเจ็บ ทั้งสองคนเล่นในลีกด้วยกันแค่ 30 นัด ระหว่างฤดูกาล 1999-2000 เกมรุกของลิเวอร์พูลฝากความหวังไว้กับพาทริค เบอร์เกอร์ ผู้มีซ้ายทรงพลังเป็นระยะเวลานาน ขณะที่ติตี้ กามาร่าฝากผีฝากไข้ได้ยาก ไมเยอร์เล่นแบบดุดันแต่ผลงานไม่น่าประทับใจ

เอมิล เฮสกี้ ย้ายจากเลสเตอร์ด้วยค่าตัวสูงสุดของสโมสร 11 ล้านปอนด์ในเดือนมีนาคม เพื่อแก้ปัญหา การบาดเจ็บของโอเว่นและฟาวเลอร์ แต่เกมรุกของลิเวอร์พูลไม่กระเตื้องขึ้น โดยเฉพาะท้ายฤดูกาล จากอันดับ 2 ในตารางขณะเหลือ 5 เกม มีสิทธิ์เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันและเงินรางวัลมหาศาล ลิเวอร์พูลเสมอ 2 แพ้ 3 นัด ใน 5 เกมสุดท้ายของฤดูกาล แถมยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว จบเป็นอันดับ 4 ซึ่งอุลลิเยร์บอกว่า เป็นการจบฤดูกาลที่น่าเศร้า

แต่ลิเวอร์พูลก้าวหน้าจากเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแจ้งเกิดของเด็กหนุ่มนาม “สตีเว่น เจอร์ราร์ด”

ตั้งแต่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกครั้งสุดท้ายในปี 1990 ลิเวอร์พูลได้แชมป์แค่ 2 รายการ แต่ช่วงสั้นของปี 2001 พวกเขาได้แชมป์ลีก คัพ เอฟเอ คัพและยูฟ่า คัพ

หน้าร้อน 2001 ลิเวอร์พูลได้ มาร์คุส บับเบิ้ล และแกรี่ แม็คคัลลิสเตอร์มาแบบไม่มีค่าตัว เพิ่มประสบการณ์ ความเข้าใจเกม และคุณภาพด้านตัวผู้เล่น ขณะที่ลิเวอร์พูลได้สัมผัสความพลิกผัน และเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่แสนสาหัสของประวัติศาสตร์สโมสร

“ยอดเยี่ยมมาก” ฮามานน์กล่าว “ตั้งแต่กุมภาพันธ์เป็นต้นมา เกมใหญ่ติดต่อกัน รอบควอเตอร์ไฟนั่ล รอบรองชนะเลิศ รอบชิงชนะเลิศ ชัยชนะนัดสำคัญเหนือเอฟเวอร์ตัน (แม็คคัลลิสเตอร์ยิงช่วงทดเจ็บให้ทีมชนะ 3-2) ทีมมีความสามัคคี เชื่อมั่นในเพื่อนร่วมทีมและตัวเองตลอดเวลา แต่ไม่ยะโสเกินไป เราเชื่อเวลาเล่นว่า ไม่มีใครชนะเราได้”

นัดชิงทั้ง 3 รายการทำเอาแฟนบอลหายใจไม่ทั่วท้อง ลิเวอร์พูลชนะเบอร์มิ่งแฮม จากเดอะแชมเปี้ยนชิพ ด้วยการยิงจุดโทษในนัดชิงลีก คัพ พลิกจากตามอาร์เซน่อล 1-0 ด้วยสองประตูท้ายเกมจากโอเว่นในนัดชิงเอฟเอ คัพ และเกมที่สวนทางกับภาพจำของอุลลิเยร์ แท็คติก ไม่เน้นการทำประตูมากมาย ลิเวอร์พูลชนะอลาเบสจากสเปน 5-4 หลังการต่อเวลา ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า คัพที่ดอร์ทมุนด์

“เรามีโอกาสแพ้ในนัดชิงทั้งสามเกม” ฮามานน์บอก “เราเกือบแพ้เบอร์มิ่งแฮม แต่แบบที่คนบอกว่า การจะได้แกรนด์ สแลม หรือแชมป์สำคัญครั้งแรก เกมแรกมีความสำคัญ ทำให้พวกเขามีความเข้มแข็ง เพราะเมื่อคุณได้แชมป์รายการแรก เราเกิดความเชื่อมั่นว่า สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหน”

31 ตุลาคม 2001 พักครึ่งเกมที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลตามลีดส์ 1-0 นักเตะนั่งในห้องแต่งตัว อุลลิเยร์แจ้งลูกทีมว่าเขาเจ็บแปลบบริเวณหน้าอก ด้วยความไม่ประมาท อุลลิเยร์แจ้งมาร์ค วอลเลอร์ แพทย์ประจำทีม คุณหมอวัดความดันของอุลลิเยร์ ก่อนพบสัญญาณไม่ดี เขาเรียกรถพยาบาล รีบส่งอุลลิเยร์ไปโรงพยาบาลบรอดกรีน ผลการตรวจพบว่า เส้นเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ต้องผ่าตัดในทันที ไม่เช่นนั้น เขาอาจเสียชีวิต หากเขาไม่บอกหมอระหว่างพักครึ่ง แต่รอจนหมดเวลา ด้วยการจราจรที่แออัดตามปกติหลังเกม อุลลิเยร์ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่จนถึงโรงพยาบาล

“ผมเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า นอนรอนักกายภาพบนเตียงพยาบาล” เฮสกี้เล่า “หมอบอกว่า ผจก. ท่าทางไม่ค่อยดีเมื่อเข้าห้องแต่งตัว ผมลุกขึ้น เจ้านายบอกว่า ไม่เป็นไร นอนตรงนั้นแหละ แต่ผมยืนยัน ไม่ เจ้านายนอกพักดีกว่า เขาดูอาการไม่ดี ตอนนั้นผมไม่รู้ว่า อาการหนักถึงเสียชีวิตได้”

“ทุกคนช็อคกับเรื่องดังกล่าว” ฮามันน์บอก “เชราร์ดโชคดีมากที่รอดตาย เขาไม่ได้คุมทีม 5 เดือน แต่เราเล่นได้ดีกับทอมโม่ (ฟิล ธอมป์สัน) และแสดงให้เชราร์ดเห็นว่า พวกเราพยายามมากขึ้นเพื่อเขา ไม่ใช่เพื่อตัวเราเอง เรารู้ว่า ชัยชนะทุกนัดทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น และอาการดีขึ้นด้วย”

อุลลิเยร์กลับมาคุมทีมในเดือนมีนาคม เกมสำคัญรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยแรงบวกที่อุลลิเยร์กลับมา ลิเวอร์พูลชนะโรม่า 2-0 เข้ารอบควอเตอร์ไฟนั่ลสำเร็จ 5 วันต่อมา เฮสกี้เปิดบอลจากริมเส้นให้ชไมเซอร์วอลเล่ย์ในช่วงทดเจ็บให้ทีมชนะเชลซี ลิเวอร์พูลเป็นอันดับหนึ่งของตาราง เพราะลูกได้เสียดีกว่าแมนฯ ยูฯ

เหลือ 5 เกม อาร์เซน่อลยังเป็นเต็งหนึ่ง พวกเขาเล่นน้อยกว่าอีก  2 นัด แต่ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง นักเตะลิเวอร์พูลเชื่อว่า การรอคอยที่ยาวนาน ตลอด 12 ปี จะสิ้นสุดลง

เฮสกี้บอกว่า อุลลิเยอร์คือผู้นำ คนชี้ทางให้นักเตะ ผจก. มีบารมีมากขึ้นระหว่างพักรักษาตัว และยิ่งโดดเด่นหลังกลับมาคุมทีมได้อีกครั้ง นักเตะลิเวอร์พูลเชื่อว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ อุลลิเยร์ กับ 5 เกมในพรีเมียร์ ลีก และอีก 5 เกมในแชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นคือ 10 เกมที่น่านำความยิ่งใหญ่ให้กับลิเวอร์พูลได้

มองย้อนไป 18 ปี ต้นตอของปัญหาปรากฎชัดเจน ลิเวอร์พูลเสมอเลเวอร์คูเซ่น 1-1 ที่เยอรมัน สำหรับนัดสองของรอบควอเตอร์ไฟนั่ล แชมเปี้ยนส์ ลีก นำ 2-1 ในประตูรวม แต่เจ้าถิ่นกำลังได้เปรียบ ลิเวอร์พูลโดนกดดันอย่างหนัก อุลลิเยร์ตัดสินใจเปลี่ยนฮามานน์มิดฟิลด์รับออกจากเกม ส่งชไมเซอร์ซึ่งเป็นมิดฟิลด์รุกลงแทน เกมกลับตาลปัตร เลเวอร์คูเซ่นไล่ขย่ำลิเวอร์พูล ทีมเยอรมันยิง 2 ประตูใน 7 นาที ลิเวอร์พูลกระเด็นตกรอบ

“ผมแปลกใจมาก เมื่อเห็นเบอร์ผมบนป้ายเปลี่ยนตัว” ฮามานน์บอก “เหตุการณ์นั้นยังหลอกหลอนผมอยู่จนถึงวันนี้”

ลิเวอร์พูลมีอันดับเหนือกว่าแมนฯ ยูฯเป็นครั้งแรกในยุคพรีเมียร์ ลีก แต่อาร์เซน่อลแข็งแกร่งมาก “ช่วยไม่ได้ ตอนนั้น เราเจอสองทีมที่แข็งแกร่งมาก เต็มไปด้วยนักเตะที่มากพรสวรรค์” เมอร์ฟีย์ให้เหตุผล “เราสามารถปลอบใจตัวเองได้บ้าง ที่แพ้พวกเขา แต่เราเกือบทำได้ ทีมก้าวหน้าดีมาก เราเกือบได้แชมป์”

หน้าร้อนปี 2002 อุลลิเยร์พยายามเสริมทีม นิโกล่า อาเนลก้า น่าได้ย้ายมาแบบถาวร เพราะผลงานดีในช่วงยืมตัวจากเรอัล มาดริด แต่ทีมไม่สามารถตกลงรายละเอียดส่วนตัวกับนักเตะได้ อุลลิเยร์ตัดสินใจซื้อ เอล ฮัดจิ ดียุฟ กองหน้าเซเนกัล ซึ่งไม่ค่อยมีผลงานในสนาม และไม่เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมทีมสักเท่าไร บรูโน่ เซย์รู ซี่งอุลลิเยร์บอกว่าละม้ายกับซีเนอดีน ซีดาน และซาลิฟ ดิเยา ซึ่งผลงานไม่ดีทั้งคู่ “ผมไม่อยากโทษดียุฟเหมือนคนอื่นทำ” เมอร์ฟี่ย์ให้ความเห็น “แต่มีความขัดแย้ง ลักษณะนิสัยเขาไม่ทำให้เกิดความสมานฉันท์ในทีม”

ผ่านไป 12 เกม ลิเวอร์พูลห่างอันดับ 1 4 คะแนน ก่อนทุกอย่างสะดุดอย่างต่อเนื่อง ไม่ชนะติดต่อกัน 11 เกม เจอร์ซี่ย์ ดูเด็คที่เคยเหนียวแน่นกลายเป็นจุดอ่อน ฟอร์มตกแบบไม่น่าเชื่อ ต่อเนื่องถึงเฮสกี้และคนอื่น ลิเวอร์พูลชนะแมนฯ ยูฯในนัดชิงลีก คัพ แต่ความรู้สึกว่าเป็น ผู้ชนะ ไร้เทียมจาก 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาไม่เหลืออีกแล้ว

ความไม่มั่นใจเข้ามาแทนที่

ดูเด็คเล่าในหนังสือประวัติของเขาว่า วันหนึ่ง อุลลิเยร์เรียกนักเตะให้ล้อมวงแล้วบอกว่า มีคนรอให้เขาโดนปลด สถานการณ์ตอนนั้นเลย รายงานข่าวเกี่ยวกับลิเวอร์พูลมีแต่เรื่อง่ ใครจะเป็นผจก.คนต่อไปของลิเวอร์พูล สร้างความวิตกกังวล “พูดแบบนั้นก็ได้” เมอร์ฟี่ย์เล่า “อาจเพราะความผิดหวัง หงุดหงิดกับเสียงวิจารณ์ เราผลงานดีขึ้นมากในช่วงเวลาไม่นาน แต่ฉับพลัน ทุกอย่างกลับตาลปัตร มีแต่ปัญหา โดยเฉพาะอุลลิเยร์เอง”

ลิเวอร์พูลเป็นอันดับ 4 ในฤดูกาล 2003/04 ได้สิทธิ์เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่แฟนบอลผิดหวัง 2 ปีที่ความรักที่มีต่ออุลลิเยร์ท่วมท้นเปลี่ยนไป รอยพ่นกราฟิตี้ที่กำแพงเมลวู้ดว่า “Houllier out”. สัปดาห์ท้ายๆของฤดูกาลนั้น ยากลำบาก แต่กุนซือฝรั่งเศสไม่ได้ล้มเหลว หากดูจากจำนวนถ้วยแชมปที่ได้ และผลงานที่บอกได้ว่า นำลิเวอร์พูลสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง

 

บทความโดย  :: กิตติกร อุดมผล

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี