บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

#ไมเคิ่ล เอ๊ดวาร์ดส์ เนิร์ด สงคราม มิตรภาพ

แนวคิดการเขียนเรื่องของผม ณ เวลานี้ คือเสนอวิธีการทำงานของลิเวอร์พูลและเยอร์เก้น คลอปป์ ก่อนประสบความสำเร็จ ซึ่งมีมากมาย เพราะสื่อต่างประเทศต่างยกย่องความสำเร็จของ คลอปป์และ FSG ในการพลิกลิเวอร์พูลให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งใจจริง อยากเขียน ซีรี่ส์ 30 ปีของลิเวอร์พูล ด้วยการรวบรวมเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน บวกประสบการณ์ผมในช่วงดังกล่าว

ผมก็เหมือนกับหลายๆท่านแหละครับ 30 ปีนี้มันเจ็บปวดในฐานะแฟนลิเวอร์พูล ตั้งแต่ผมทำงานมาเมื่อปี คศ 1990 หรือ 2533 คือครั้งสุดท้ายของการเป็นแชมป์แล้วเว้นไปยาวนานมากจนมานับ 1 ใหม่ในฤดูกาลที่แสนยาวนานนี้

คลอปป์ไม่เคยบอกว่า เขาประสบความสำเร็จเพราะความสามารถของตัวเองโดยลำพัง แต่เพราะการรับฟังคนเก่งๆ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร เราได้เห็นการปฏิวัติลิเวอร์พูลตลอด 4-5 ปีของคลอปป์ และใช้คำว่า ปฏิวัติเพราะมันคือพลิกทุกอย่าง เปลี่ยนอะไรได้เปลี่ยน สร้างอะไรได้สร้าง เพื่อความยั่งยืนของลิเวอร์พูล

17 ตุลาคม 2015 เกมแรกของคลอปป์ ลิเวอร์พูลเยือนไวต์ ฮาร์ทเลนของท็อตแน่ม ผู้เล่นประกอบด้วย ซิมง มินโญเล่ต์ เนธาเนี่ยล ไคล์น มาร์ติน สเคอร์เทล มามาดู ซาโก้ อัลแบร์โต้ โมเรโน  ลูคัส เลว่า เอ็มเร่ ชาน เจมส์ มิลเนอร์  อดัม ลัลลาน่า ดิว็อค โอริกี้ และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เกมจบด้วยการเสมอ 0-0

 

กับเกมคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ เล่นในบ้านเจอคริสตัล พาเลซ 24 มิถุนายน 2020 11 ตัวจริงคือ อลิงซง อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ โจ โกเมซ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ฟาบินโญ่ จีนี่ ไวนัลดุม โม ซาลาห์ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่และซาดิโอ มาเน่ สกอร์ 4-0

 

แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของลิเวอร์พูลในสนาม การเปลี่ยนแปลงผู้เล่นเกิดขึ้นเพราะ คลอปป์และทีมงานค้นหานักเตะ นำโดยไมเคิ่ล เอ๊ดวาร์ดส์ ซึ่งปกติ ผจก. กับ สปอร์ต ไดเรคเตอร์ มักไม่ลงรอยกัน ต่างคนต่างแย่งชิงอำนาจและความสำเร็จ เผอิญว่า คลอปป์และเอ๊ดวาร์ดส์ ไม่เป็นเช่นนั้น

 

นี่คือเรื่องราวของไมเคิ่ล เอ๊ดวาร์ดส์ ที่ผมว่า ควรค่าแก่การบันทึกไว้ จากดิ แอธเลติก

 

ไมเคิ่ล เอ๊ดวาร์ดส์ ครูด้านไอทีจากปีเตอร์โบโร่ เริ่มงานด้านฟุตบอลกับแฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ครั้งเป็น ผจก. ปอร์ทสมัธ แฮร์รี่ เรียกไมเคิ่ลว่า เอ๊ดดี้ จากนั้นต่างคนต่างแยกกันไปแล้วกลับมาเจอกันอีกครั้งเพราะ การขอความช่วยเหลือ ซึ่งอาจไม่ใช่ธุระของเอ๊ดวาร์ดส์เลย

 

“ผมเจอชายคนหนึ่ง เขาอาจมีชีวิตได้อีกไม่กี่สัปดาห์ ชายผู้น่าสงสารคนนั้น อายุ 40 ต้นๆ แต่งงานมาสักสองปี เขารู้ว่ากำลังจะตาย แล้วมีใครคนหนึ่งติดต่อผมแล้วบอกว่า แฮร์รี่ มีคนอยากเจอกัน เขาบ้าฟุตบอลมาก ผมเลยไปบ้านเขาในวันอาทิตย์ คุยกับเขาสัก 2 ชั่วโมงเห็นจะได้ ผมคุยกับเขา ภรรยาและพ่อตาแม่ยาย เขาเป็นเด็กมหัศจรรย์มาก เข้มแข็ง บอกว่า เขาฝันอยากไปลิเวอร์พูล” แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ พยายามระลึกความหลัง

 

“ผมโทรหาไมเคิ่ล เอ๊ดวาร์ดส์ทันที หลังรู้ว่าผมต้องการ เขาตอบว่า ไม่มีปัญหาแฮร์รี่ เดี๋ยวผมจัดรถให้ ผมมีคนขับรถพร้อม เอ๊ดดี้จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ใช่แบบแก้ตัวโน่นนี่นั่น โอ้ แฮร์รี่ ขอโทษทีนะ ผมค่อนข้างยุ่ง บางทีเวลาเราขอความช่วยเหลือใครก็เจอแบบนี้”

“เขาจัดแจงทุกอย่าง วางงานของตัวเองก่อน หนุ่มคนนั้นได้รับการดูแลอย่างดี อย่าลืมนะ เราอยู่ในฐานะที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ น่าเศร้าที่หนุ่มคนนั้นเสียชีวิตจากนั้น 4 หรือ 5 สัปดาห์หลังกลับจากลิเวอร์พูล เอ๊ดดี้ พาเขาเที่ยวชมไดเรคเตอร์ บ๊อกซ์ แนะนำให้รู้จักผู้คนมากมาย เคนนี่ ดัลกลิช เยอร์เก้น คลอปป์ พ่อหนุ่มนั่นได้สัมผัสวันที่ดีที่สุดในชีวิต เขารักทุกนาทีที่ลิเวอร์พูล”

ทุกอย่างดำเนินการแบบไม่มีการเปิดเผยต่อสื่อ เพราะเอ๊ดวาร์ดส์กับลิเวอร์พูลมีความเข้าใจตรงกัน ถ้าเป็นเรื่องสื่อ เขายินดีอยู่เงียบๆ เหมือนชีฟ บรอมเดน ตัวละครหนึ่งในภาพยนต์ One flew over the cuckoo’s nest

เอ๊ดวาร์ดส์คือสปอร์ตติ้ง ไดเรคเตอร์ที่แจ้งกับ FSG เรื่องเยอร์เก้น คลอปป์ เขาคนนี้คือ ผจก.ในอุดมคติของลิเวอร์พูล เช่นเดียวกับเป็นคนดึง โม ซาลาห์ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซาดิโอ มาเน่ อลิซงและเวอร์จิล ฟาน ไดค์มาสู่แอนฟิลด์

นักเตะหลายคนที่มีส่วนหยุดความผิดหวังยาวนาน 30 ปีของลิเวอร์พูล ด้วยแชมป์ลีกครั้งแรก เปลี่ยนยักษ์ที่ตกยุค หลงทางให้เป็นแชมป์ของอังกฤษ ยุโรปและโลก ประสบความสำเร็จเกินกว่าทีมที่ยิ่งใหญ่ ยุด 70และ 80

เอ๊ดวาร์ดส์เรียนจบมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ เขาโน้มน้าวให้ลิเวอร์พูลเชื่อในศักยภาพของแอนดี้ โรเบิร์ตสัน นักเตะจากฮัลล์ ซิตี้ เขาคนนี้ต้องทำได้ดีในเกมระดับสูง ในที่สุด นี่คือฟูลแบ็คดีที่สุดคนหนึ่งในโลก

ไมเคิ่ล เอ๊ดวาร์ดส์เป็นคนลึกลับมาก ไม่มีแม้แต่ข้อมูลใน วิกิพีเดีย หากเราพิมพ์ Michael Edwards ก่อนหน้านี้ จะพบว่า เป็นอดีตนักเตะอาชีพของน็อตต์ส เคาน์ตี้  เขาเก็บตัวเองจนแม้แต่รูปยังหายาก ก่อนโลกรู้จักเขามากขึ้น สื่อมีรูปไมเคิ่ล เอ๊ดวาร์ดส์ แค่รูปเดียวคือ การร่วมงาน Just giving fundraising ในเพจของแมนเชสเตอร์ ฮาล์ฟ มาราธอน 2018 งานดังกล่าว คลอปป์ร่วมบริจาคด้วย 5,000 ปอนด์

ครั้งเอ๊ดวาร์ดส์รับตำแหน่ง สปอร์ติ้ง ไดเรคเตอร์ ของลิเวอร์พูลเมื่อพฤศจิกายน 2016 สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือ ชื่อเสียง การเป็นเป้าสนใจ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเดินเข้าออกแอนฟิลด์โดยไม่มีใครจดจำได้จนถึงปัจจุบัน

“เขาไม่เหมือนฟุตบอลไดเรคเตอร์แบบทั่วไป” เร้ดแน็ปป์บอก “ที่จริง ไม่เหมือนใครเลยก็ว่าได้ คุณแทบไม่เห็นเขาสวมสูท ไม่ชอบไปไหน ไม่ขอบแสดงตัว ลองสังเกตุนะ เขาจะผมยุ่งตลอดเวลา ดูเรียบร้อย ไม่ค่อยพูด น่าเป็นแฟนบอลธรรมดา ยืนหลังโกลมากกว่า” ขณะที่บุคลิกคนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงของฟุตบอล จะเป็นพวก ดุดัน ฉลาด ทะเยอทะยาน เด็ดขาด โหดร้ายบ้างบางที

เอ๊ดวาร์ดส์ ทำให้คนผิดหวังบ้าง หนึ่งในนั้นคือ 1/3 สตาฟของแอนฟิลด์ ที่ถูกกล่าวว่าโจรกรรมข้อมูลระบบแมวมองของแมนฯ ซิตี้ เมื่อปี 2013 ลิเวอร์พูลจ่ายค่าชดเชยให้ 1 ล้านปอนด์ รวมถึงข้อตกลงทางกฎหมายบางประการเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อยุติเรื่องก่อนบานปลาย เอ๊ดวาร์ดส์คือเหตุหนึ่งที่ทำให้ ความสัมพันธ์ระดับบริหารระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนฯ ซิตี้เย็นชาและตึงเครียด

แต่เขาคงไม่สนใจแมนฯ ซิตี้เท่าไร เมื่อเขาและเจ้าหน้าที่แมวมองของลิเวอร์พูลนัดรวมตัวกันที่บ้านเพื่อน เพื่อดูแมนฯ ซิตี้เสียแชมป์ เพราะแพ้เชลซี 2-1 สมัยเด็ก เอ๊ดวาร์ดส์คือนักเตะทีมสำรองของปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด เขาไม่เคยเล่นทีมชุดใหญ่ ถูกยกเลิกสัญญาเป็นนักเตะอาชีพเมื่ออายุ 18 ปี จากนั้นเบนเข็มเป็นครู ก่อนได้สอนที่โรงเรียนมัธยมแถวบ้าน พ่อเขาเป็นคนขับรถบรรทุก เติบโตที่แฟแร่มในแฮมพ์เชียร์ ระหว่างเซาแธมป์ตันกับปอร์ทสมัธ คนแถวบ้านรู้ดีว่า เอ๊ดวาร์ดส์ชอบคณิตศาสตร์และสถิติมาก จนเคยมีสื่อหนึ่งเรียกเขาว่า แล็ปท็อปกูรู สิ้นเสียงนกหวีดที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ลิเวอร์พูลคือแชมป์พรีเมียร์ ลีก ทอม เวอร์เนอร์ หยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาคนที่เกี่ยวข้องหลายๆคน คนแรกที่รับข้อความแสดงความยินดีจากประธานสโมสรลิเวอร์พูลไม่ใช่คลอปป์ แต่เป็นเอ๊ดวาร์ดส์นี่แหละ

ขณะที่เยอร์เก้น คลอปป์พยายามยิ้ม งานฉลองเริ่มต้นด้วยแชมเปญ และโทรศัพท์ของเคนนี่ ดัลกลิชได้รับข้อความมากมายระหว่างเขาให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ มันจะเป็นอย่างไร ถ้าตอนนั้นเอ๊ดวาร์ดส์แนะนำให้ลิเวอร์พูลจ้างเอ๊ดดี้ ฮาว แทนที่จะเป็นโค้ชเยอรมัน ซึ่งสตีเว่น เจอร์ราร์ดบอกว่า เขาคนนี้สมควรได้รับอนุสาวรีย์ที่แอนฟิลด์

 

ฮาวแห่งบอร์นมัธคือ 1/3 คนที่ลิเวอร์พูลสรุปชื่อไว้ อีกสองคือ คลอปป์และคาร์โล อันเชล็อตติ หน้าที่ของเอ๊ดวาร์ดส์ ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้อำนวยการเทคนิคของลิเวอร์พูล ต้องหาข้อมูลที่ชัดเจน ใครเหมาะสมสำหรับตำแหน่งผจก. ทีม แทนแบรนดัน ร็อดเจอร์ส

 

ปัจจุบัน อันเชล็อตติ อยู่อีกด้านของสแตนลี่ย์ พาร์ค กับเอฟเวอร์ตัน คุณสมบัติครบถ้วน สถิติจากแชมเปี้ยนส์ ลีก ผลงานการคุมทีมอย่างยูเวนตุส เอซี มิลาน เชลซีและเรอัล มาดริด แต่ตัวเลขการซื้อนักเตะของอันเชไม่เข้าแนวทางที่ลิเวอร์พูลตั้งไว้ เอ๊ดวาร์ดส์และลิเวอร์พูล ขีดเส้นขัดเจนว่า ปีแรก ผจก. ทีมไม่ควรทุ่มซื้อนักเตะในทันที

 

ลิเวอร์พูลมีทฤษฎีว่า ปีแรกที่ทำงาน ผจก. ไม่มีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจซื้อนักเตะ กระทั่งปีที่สอง สาม สี่และห้า ผจก.จะมีอิทธิพลมากชึ้นเรื่อยๆ และทีมจะไม่ซื้อนักเตะเด็ดขาดหากไม่ได้ความเห็นชอบจาก ผจก. นอกจากนี้ อันเชล็อตติชอบซื้อนักเตะอายุมาก ตรงข้ามกับปรัชญาของ FSG เช่นเดียวกับ เอ๊ดวาร์ดส์ รวมถึงผู้บริหารที่เชื่อว่า นักเตะต้องอายุไม่เกิน 26 หรือต่ำกว่า แต่ผลงานในสนามเริ่มทะยานสู่จุดสูงสุด และขายได้ราคาใน 3-4 ปีหลังจากนั้น

 

ผลงานของฮาว คือกุนซือที่ชอบปั้นนักเตะรุ่นใหม่ เล่นฟุตบอลได้น่าดู แต่ผลงานระยะหลังไม่ค่อยดีเท่าไร ระหว่างการสรรหา ผจก ฮาวเกี่ยวข้องกับทีมใหญ่หลายทีม รวมถึงมีคนบอกว่า นี่คือ ผจก. ทีมชาติอังกฤษในอนาคต ที่สำคัญเอ๊ดวาร์ดส์เคยทำงานกับบอร์นมัธ ต้นยุค 2000 ซึ่งมิตรภาพระหว่างสองคน ไม่เคยนำมาตัดสินว่า ลิเวอร์พูลควรเลือกกุนซือคนนี้  วิธีการของลิเวอร์พูลในปัจจุบัน พวกเขาไม่เคยใช้อารมณ์ ความรู้สึกมาตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่าง

ฮาวไม่เคยมีประสบการณ์ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่คลอปป์มีทุกอย่างที่ลิเวอร์พูลตีเส้นไว้ ความสำเร็จ วิธีการซื้อนักเตะ และสไตล์การเล่นของทีม เอ๊ดวาร์ดส์ส่งข้อสรุปให้เจ้าของทีมลิเวอร์พูล FSG ก่อนให้ผู้บริหารตัดสินใจเองว่าจะเลือกใคร

จากนั้น ดัชนีชี้วัดอิทธิพลของเอ๊ดวาร์ดส์กับทีม อาจเทียบจาก 11 ตัวจริงนัดแรกของคลอปป์ ที่เสมอกับท็อตแน่มเมื่อ 17 ตุลาคม 2015 เทียบกับทีมปัจจุบัน ซึ่งยืนรับแถว Guard of honour ที่เอติฮัด มินโญเล่ต์ เป็นผู้รักษาประตู กองหลังคือ ไคล์น สเตอร์เทล ซาโก้ และโมเรโน่  กลางคือเลว่า ชานและมิลเนอร์ ขณะที่กองหน้าสามคนคือ โอริกี้ ลัลลาน่า และคูตินโญ่ ตัวสำรองประกอบด้วย บ๊อกดาน ทูเร่ ซินแคลร์ เทไซร่า แรนดอลล์ ไอบ์ อัลเลน ซึ่งไม่เคยทำได้แบบที่ร็อดเจอร์สยกย่องว่า ชาบี้แห่งเวลช์

เอ๊ดวาร์ดส์มีหน้าที่ช่วยคลอปป์หา 11 ตัวจริงชุดใหม่ แต่อันดับแรก สิ่งที่เขาต้องทำคือ ได้รับความเชื่อมั่นและไว้จาก ผจก.สร้างความสัมพันธ์แห่งความเข้าใจระหว่างกันและกัน

“เรามีความสัมพันธ์ที่ดี” คลอปป์พูดถึงเอ๊ดวาร์ดส์ “เขาเป็นคนมีความคิด เราอาจเห็นไม่ตรงกันเสมอไป จากที่คุยกันครั้งสองครั้งแรก แต่เมื่อการประชุมยุติ เราจะเห็นพ้องกัน คิดอะไรคล้ายๆ”

เช่น เอ๊ดวาร์ดส์เป็นคนแรกที่ชงให้ลิเวอร์พูลซื้อโม ซาลาห์ ให้เหตุผลจนคลอปป์ไม่กังวลความล้มเหลวของซาลาห์ที่เซลซี ในใจของคลอปป์ตอนนั้นคือจูเลี่ยน บลันดต์ แห่งไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งกำลังจะติดทีมชาติเยอรมัน และคลอปป์รู้จักเป็นอย่างดีจากครั้งคุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เอ๊ดวาร์ดส์คะยั้นคะยอ และคลอปป์ฟัง แล้วมอบความไว้วางใจให้เพื่อนร่วมงาน

ผลงานของเอ๊ดวาร์ดส์ ไม่ใช่เฉพาะนักเตะที่ลิเวอร์พูลซื้อ แต่นักเตะที่ลิเวอร์พูลขาย ซึ่งสร้างความฮือฮาเช่นกัน

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ไปบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 142 ล้านปอนด์ และยังมีหาเงินให้ลิเวอร์พูลด้วยการขายนักเตะที่ไม่ค่อยได้เล่น ไอบ์และแบร้ด สมิธไปบอร์นมัธ ค่าตัวรวมกัน 21 ล้านปอนด์ เควิน สจ๊วร์ตไปฮัลล์ ค่าตัว 8 ล้านปอนด์ เลสเตอร์ ซิตี้ซื้อแดนนี่ วอร์ด 12.5 ล้านปอนด์ ซาโก้ไปพาเลซค่าตัว 26 ล้านปอนด์

เกมกับพาเลซ มามาดู ซาโก้ น่าจะเป็นนักเตะที่คลอปป์เรียกทางแท็ตติกว่า pressing victim เหยื่อของเกมกดดัน นักเตะที่ทีมงานของคลอปป์วิเคราะห์ว่าเป็นจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม เพื่อพยายามบีบให้เกิดข้อผิดพลาด ลิเวอร์พูลชนะ 4-0 ซี่งมีบันทึกทีมที่แอนฟิลด์ว่า ซาโก้ดูตื่นกลัวเวลาเล่น

กิจกรรมทุกอย่างเหล่านั้น เริ่มต้นในห้องทำงานของเอ๊ดวาร์ดส์บนชั้น 1 (หรือชั้น 2 สำหรับบ้านเรา) ที่เมลวู้ด หากขึ้นบันไดแล้วเลี้ยวขาวไปตามทางเดิน เขาไม่เคยปิดประตูห้องทำงาน และฝั่งตรงข้ามคือห้องทำงานของคลอปป์ ในห้องมีโปสเตอร์ทีม ข้อความว่า Class of Melwood ติดไว้  นั่นคือทุกคนในทีม สตาฟ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่โรงครัว นักเตะทีมชุดใหญ่และผู้จัดการ มาถ่ายร่วมกันปีละครั้ง

แวดวงของเขา เอ๊ดวาร์ดส์ได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมอาชีพและคู่แข่ง มีคนบอกว่า เขาคือสปอร์ติ้ง ไดเรคเตอร์ที่ สำคัญ เสียงดังที่สุด (ความเห็นมีน้ำหนัก) ในการประชุมระหว่าง สปอร์ติ้ง ไดเรคเตอร์แต่ละทีม ซึ่งประชุมร่วมกันทุก 6 สัปดาห์ “เขาทำงานได้ดีมาก มีแนวทางชัดเจน และไม่เคยคลุมเครือ สามารถบรรลุข้อตกลงสำคัญทางการเงินให้ลิเวอร์พูล ซึ่งบางที สโมสรอาจตกลงกันไม่ได้ พวกเขาพยายามต่อรองให้ได้ดีลดีที่สุด คุ้มค่าที่สุดและผลงานก็พิสูจน์อย่างชัดเจน”

 

คลอปป์อายุมากกว่าเอ๊ดวาร์ดส์ 12 ปี เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ลิเวอร์พูลบอกว่า ทั้งสองกลายเป็นคู่หู ผูกพัน เข้าออกห้องทำงานของกันและกันราวกับเป็นห้องของตัวเอง ระหว่างตลาดซื้อขายนักเตะ เอ๊ดวาร์ดส์จะเปิดทีวีในห้องทำงาน ดูความเคลื่อนไหวของตลาดจากรายงานข่าว ทั้งสอง พูดคุยกัน เถียงกันบ้าง หากไม่เห็นด้วยกับอีกฝ่าย ทานอาหารเที่ยงด้วยกัน เล่นแพดเดิ้ล เทนนิสด้วยกัน หลังหัดเล่นเกมนี้ระหว่างพาทีมไปเข้าแคมป์หน้าหนาวที่เตเนริเฟ่ ถึงขนาดระบุให้สร้างสนามแพดเดิ้ล เทนนิสที่เมลวู้ด รวมถึงเคอร์บี้ คอมเพล็กซ์แห่งใหม่

เอ๊ดวาร์ดส์ลงวิ่งลอนดอน มาราธอนเมื่อปีที่แล้ว ร่วมกับเพื่อนจากลิเวอร์พูลอีก 3 คน สามารถหาเงินช่วยการกุศลให้มูลนิธิมะเร็งต่อมลูกหมากยูเคมากกว่า 57,000 ปอนด์ พวกเขาสวมเสื้อลิเวอร์พูล พิมพ์ตัวเลข 19 (เอ๊ดวาร์ดส์ยืนยันว่า หมายถึงปี ไม่ใช่การคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 19) การวิ่งนั้น ไมค์ กอร์ดอน ประธานของ FSG บริจาคเงิน 5,500 เหรียญ เขาบอกว่า พ่อเป็นมะเร็งเหมือนกัน โดยกอร์ดอนส่งข้อความให้เอ๊ดวาร์ดส์ว่า “ในฐานะลูกชายเหยื่อโรคมะเร็งคนหนึ่ง ขอบคุณ”

 

จอร์จ เมนเดส ซูเปอร์เอเจนต์ บริจาค 1,200 ยูโร เรมี่ แอบบาส ตัวแทนของซาลาห์ บริจาค 1,000 ปอนด์ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 5,000 ปอนด์ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน 1,000 ปอนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 500 ปอนด์และแดเนี่ยล สเตอริดจ์ 1,000 ปอนด์ กอร์ดอน เทย์เลอร์ CEO ของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ บริจาค 250 ปอนด์ และเอ๊ดวาร์ดส์บริจาคเอง 3,000 ปอนด์

 

ลิเวอร์พูลมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างสตาฟก่อนคลอปป์มาถึงเมลวู้ด แต่แบรนดัน ร็อดเจอร์สกลับมองว่า เอ๊ดวาร์ดส์คือตัวอันตรายต่อสถานะผจก. ทีม ตัวคานอำนาจ เพราะลิเวอร์พูลมี คณะกรรมการซื้อขายนักเตะ ซี่งเอ๊ดวาร์ดส์เป็นหนึ่งในนั้น ช่วยไม่ได้ที่ร็อดเจอร์สมองว่า เอ๊ดวาร์ดส์พยายามก่อคลื่นใต้น้ำ เล่นการเมืองในสโมสร นั่นคือช่วงเวลาน่าตะขิดตะขวงใจและยากลำบากต่อการทำงาน  ร็อดเจอร์สไม่เคยชอบการทำงานตามแบบ FSG และแหล่งข่าวของสโมสรก็บอกว่า ช่วงเวลาของร็อดเจอร์ส คือช่วงที่ FSฌ ผิดหวังที่สุด ขนาด จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี่ ยังไม่อยากเอ่ยถึงชื่อ ผจก.

 

จะว่าไปแล้วระบบการทำงานไม่แตกต่างจากทีมใหญ่ๆทั้งหลาย เพราะผู้บริหารเชื่อว่า ผจก. ทีมยุ่งเกินกว่าจะบริหารทุกเรื่อง เดินทางต่างประเทศ ดูฟอร์มนักเตะ และเจรจาการซื้อขายซึ่งอาจกินเวลาหลายเดือน เอ๊ดวาร์ดส์คือหนี่งในทีมที่ประกอบด้วย เอียน แอร์ CEO ทีมวิเคราะห์ โค้ชอาวุโส ทีมแมวมอง ตัวแทนของฝ่ายธุรกิจสโมสร

 

“นี่คือกลุ่มที่ทำให้ทุกอย่างลงตัวสำหรับทุกคน” ทีมงานอธิบาย “ไม่ใช่คนๆเดียวตัดสินใจเรื่องสำคัญ ด้วยความเห็นใจเพื่อนซึ่งเป็นนายหน้านักเตะ แนะนำนักเตะมาให้”

ร็อดเจอร์สมีสิทธิแย้งและไม่อนุมัติการซื้ออยู่ดี ช่วงแรก เขามีสิทธิ์และอำนาจที่แย้งการทำงานหรือความรู้ของเอ๊ดวาร์ดส์ ลิเวอร์พูลซื้อนักเตะไปทั่วเหมือนกัน และไม่ได้เรื่อง ยาโก้ อาสปาส หลุยส์ อัลแบร์โต้ ทิอาโก้ ยอรี่ เป็นแค่ 3 คน ที่เข้ามาและออกจากแอนฟิลด์โดยไม่ส่งผลต่อทีมในทางที่ดีขึ้น ลาซาร์ มาร์โควิช นักเตะค่าคัวแพงที่ล้มเหลว 20 ล้านปอนด์ ไม่ใช่ว่า ทุกคนจะพอใจการทำงานของเอ๊ดวาร์ดส์ ซึ่งไม่สนใจอะไรเลย นอกจากตัวเท็จจริง

 

เอ๊ดวาร์ดส์พยายามปูแนวทางใหม่ให้สโมสร ซึ่งลิเวอร์พูลยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ล้าสมัย แน่นอน การเปลี่ยนแปลงย่อมมีคนต่อต้าน

 

แมวมองหลายคนลาออก ไม่พอใจ เมล จอห์นสัน แมวมองที่แนะนำให้สโมสรซื้อจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า ลิเวอร์พูลไม่ได้ตัวเดเล่ อาลี่ เพราะสโมสรไว้วางใจ “เนิร์ดที่บ้าคอมพิวเตอร์และสถิติ” จอห์นสันแสดงความไม่พอใจว่า ฟุตบอลไม่ได้เล่นในคอมพิวเตอร์ และมองว่า คนที่มีประสบการณ์ทางฟุตบอลรุ่นเก่ากำลังโดนเขี่ยออกไป “พวกไอทีกูรู จบจากมหาวิทยาลัย ได้งานกับสโมสรใหญ่ๆ ทั้งที่ไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอลเลย”

 

เพื่อนร่วมงานของเอ๊ดวาร์ดส์บอกว่า เขาพร้อมและไม่เคยหวั่นไหวกับฝ่ายตรงข้าม “คุณจะมาทำใจแคบกับไมเคิ่ลไม่ได้ แต่เขาไม่ตั้งป้อมทำสงครามระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า จุดแข็งของลิเวอร์พูลคือการเดินไปข้างหน้า พร้อมข้อมูล และให้ความสำคัญกับการค้นหานักเตะแบบเดิม ด้วยแมวมอง ทีมสนับสนุนให้คนไปดูฟุตบอล นี่คือพื้นฐานปกติ”

 

แทนที่จะยอมรับวิธีการใหม่แบบยินดี แรงต่อต้านกระเพื่อมเหมือนกัน บางคนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

ร็อดเจอร์สไม่เคยยอมรับต่อสาธารณชน แต่เขามีปัญหาในการทำงานกับเอ๊ดวาร์ดส์ เขาไม่เคยไว้ไมเคิ่ล เอ๊ดวาร์ดส์แม้แต่น้อย

.

.

บทความโดย กิตติกร อุดมผล

Facebook fanpage: Captain No.12

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความก่อนหน้า :: บทความลิเวอร์พูล