บทความลิเวอร์พูล

CAS เริ่มพิพากษาคดีแมนฯ ซิตี้

วันนี้ คณะอนุญาโตตุลาการทางกีฬา (the court of arbitration for sport: CAS) เริ่มการพิจารณาการอุทธรณ์ของแมนฯ ซิตี้ ต่อบทลงโทษของยูฟ่า กรณีทำผิดกฎด้านการเงิน ชนะหรือแพ้ ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ของพรีเมียร์ ลีกฤดูกาล 2019/20

ผลพวงจากการบทลงโทษโดย คณะกรรมการควบคุมด้านการเงินของยูฟ่า (Club financial control body:CFCB) เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากการทำผิดด้านการเงินอย่างรุนแรงหลายตรั้ง ด้านการรับเงินสนับสนุนระหว่างปี 2012-2016 นอกจากนี้ CFCB แจ้งด้วยว่า แมนฯ ซิตี้ไม่ร่วมมือระหว่างการสืบสวนคดี

CFCB เชื่อจากหลักฐานที่มีว่า แมนฯ ซิตี้รับเงินสนับสนุนโดยตรงจากชีค มันซูร์ ซึ่งผิดกฏ FFP จากนั้นตกแต่งบัญชีว่าเป็นการสนับสนุนจากบริษัทหลายแห่งจากอาบูดาบี ดังนั้น CFCB ตัดสินลงโทษแมนฯ ซิตี้ด้วยการห้ามแข่งขันฟุตบอลยุโรป 2 ปี และปรับเงินอีก 26.8 ล้านปอนด์

แมนฯ ซิตี้ยืนยันตลอดว่า พวกเขาบริสุทธิ์และยื่นอุทธรณ์ต่อ CAS โดยอ้างว่า หลักฐานของยูฟ่าไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้ นอกจากนี้ แมนฯ ซิตี้ยังวิจารณ์การทำงานของ CFCB มีการตั้งธงไว้ล่วงหน้าแล้ว จากนั้นค่อยหาหลักฐานมาสนับสนุน แมนฯ ซิตี้อุทธาณ์ต่อCFCB ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่คณะทำงานไม่รับเรื่อง

หลังจากCFCB ประกาศบทลงโทษและบอกว่าแมนฯ ซิตี้สามารถอุทธรณ์ต่อ CAS ได้ แมนฯ ซิตี้ยื่นเรื่องอุทธรณ์เมื่อ 26  กุมภาพันธ์ และการพิจารณาเริ่มต้นวันนี้

ทำไมขั้นตอนทุกอย่างรวดเร็ว เพราะปกติการพิจารณาคดีแบบนี้ อาจกินเวลาเป็นปี จึงมีข่าวเมื่อมีนาคมว่า 10 สโมสรของพรีเมียร์ ลีก ยกเว้น แมนฯ ซิตี้และเชฟฟิลด์ ยูฯ ซึ่งเจ้าชายอับดุลลาห์ จากซาอุดิ อาระเบีย เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  ยื่นเรื่องให้ CAS แบนแมนฯ ซิตี้จากการแข่งขันตามบทลงโทษของ CFCB

สำหรับซิตี้ พวกเขาไม่ต้องการให้กระบวนการตัดสินรวดเร็วแบบนี้ แต่อยากให้กินระยะเวลาไปถึงฤดูกาลหน้า เพราะนั่นหมายความว่า พวกเขามีสิทธิ์แข่งแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลที่จะถึงนี้ ตามสิทธิ์ แต่ยูฟ่าคงไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อ

ขั้นตอนพิจารณาและไต่สวนอาจกินเวลา 1 – 3 วัน แต่ CAS สามารถเลื่อนการประกาศคำพิจารณาออกไปได้ เช่นกรณี ซุน หยาง นักว่ายน้ำจีน สามารถตัดสินได้ตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ CAS ประกาศคำพิพากษาเมื่อกุมภาพันธ์นี้เอง อย่างไรก็ตาม การลงโทษแบน แมนฯ ซิตี้ เกี่ยวข้องกับหลายทีม เช่น การแย่งสิทธิ์แข่งถ้วยยุโรป และสโมสรอื่นๆที่แข่งขันในถ้วยต่างๆของยูฟ่า CAs ไม่น่าจะเลื่อนกำหนดประกาศคำตัดสินออกไป

แต่อย่างที่ทราบกัน เราไม่สามารถกำหนดกะเกณฑ์การทำงานของพวกเขาได้ CAS อาจสามารถตัดสินได้ในเร็ววัน เหมือนกรณียูฟ่าแบนกาลาตารายเมื่อมีนาคม 2016 สโมสรจากตุรกียื่นอุทธรณ์ และ CAS ไต่สวนในวันที่ 16  มิถุนายน ก่อนประกาศคำตัดสินในสัปดาห์ต่อมา แต่แมนฯ ซิตี้อาจต้องรอไปอีก 3 เดือน

หาก CAS ประกาศคำพิพากษายืนตาม CFCB แมนฯ ซิตี้อาจโดนลงโทษต่อเนื่องจากพรีเมียร์ ลีก ซึ่งบอกว่า มีการสอบสวนเรื่องนี้ต่อจากยูฟ่าเหมือนกัน แต่ชลอกระบวนการทุกอย่างไร้ จนกว่าจะทราบผลพิจารณาจาก CAS กฎด้านการเงินของพรีเมียร์ ลีก มีเหมือนกัน แต่หลวมกว่ายูฟ่า หมายถึงคุณใช้จ่ายเกินบัญชีได้มากกว่า ทีมพรีเมียร์ ลีก สามารถขาดทุนได้ 105 ล้านปอนด์ ถึงโดนลงโทษ ซึ่งไม่มีบทบัญญัติชัดเจน ปรับเงิน หรือ ตัดแต้ม

อันนี้ต้องดูรายละเอียด เพราะ CFCB ไม่แถลงรายละเอียด ว่า แมนฯ ซิตี้ผิดประมาณไหน เพราะพยายามเก็บหลักฐานไว้สำหรับการพิจารณาคดีโดย CAS  ซิตี้ อาจผิดกฏเล็กน้อย ขาดทุนไม่เกิน 105 ล้านปอนด์ เท่ากับพวกเขาอาจไม่โดนลงโทษจากพรีเมียร์ ลีก ต่อให้ CAS ยืนยันคำพิพากษาตามบทลงโทษเดิม

แต่พรีเมียร์ ลีก ก็มีกฎย้อนแย้งเรื่องนี้อีกในด้าน คลับไลเซนซิ่ง สโมสรใดยื่นเอกสารเท็จสำหรับการขอคลับไลเซนซิ่งจากยูฟ่า จะโดนลงโทษโดยพรีเมียร์ ลีก แต่ก็อีกนั่นแหละ บทลงโทษ ไม่ได้ระบุว่า จะเป็นเช่นใด เฉพาะเรื่องเอกสารคลับไลเซนซิ่งของยูฟ่า หาก CAS บอกว่าแมนฯ ซิตี้ทำผิดกฎจริง พวกเขาสามารถลงโทษแมนฯ ซิตี้ได้เลย

แต่กระบวนการทางกฎหมายไม่จบแค่นี้ ต่อให้ CAS เห็นพ้องกับ CFCB  แมนฯ ซิตี้ยังมีสิทธิ์ยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อศาลแห่งสวิสได้อีก ในแง่ความผิดพลาดด้านกฎหมาย และกระบวนการพิจารณาไม่ยุติธรรม การลากศาลอื่นๆมาเกี่ยวข้องเป็นไปได้ยาก เพราะยูฟ่ามีกฎระบุว่า การขอคลับ ไลเซนซิ่งเพื่อเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรป สโมสรสามารถอุทธรณ์ผลการพิจารณาคดีต่างๆกับยูฟ่าได้จาก CAS เท่านั้น

เท่ากับ แมนฯ ซิตี้โดนแบน หาก CAS พิพากษายืนตาม CFCB

เมื่อซิตี้ โดนแบน ส่งผลต่อสิทธิ์การเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกของทีมพรีเมียร์ ลีก เพราะแมนฯ ซิตี้น่าจะติด 4  อันดับแรก เท่ากับอันดับ 5 จะได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีกแทน อันดับ 6 ไปยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ส่วนแชมป์ลีก คัพ ซึ่งแมนฯ ซิตี้ได้แชมป์ไปแล้ว ตกมาอยู่กับ  หรือ อันดับ 8 ซี่งเกี่ยวข้องกับผู้ชนะเลิศเอฟเอ คัพอีก

เอาเป็นว่า สิทธิ์แชมป์ ลีก คัพของแมนฯ ซิตี้ ตกอยู่กับทีมอันดับ 7 ณ ปัจจุบัน เพราะแมนฯ ซิตี้โดนแบน ซึ่งอันดับ 7 ของพรีเมียร์ ลีก จะเล่นรอบคัดเลือกยูโรป้า ลีกก่อน

สำหรับซิตี้ หากโดนลงโทษจริง พวกเขาเจอผลกระทบด้านการเงิน ขาดรายได้จากแชมเปี้ยนส์ ลีก ประมาณการโดยฟรอบส์ อาจถึง 62.8 ล้านปอนด์ แต่ต้องเป็นแชมป์ถึงจะเสียหายชนาดนั้น นอกจากนี้ ซิตี้จะเสียรายได้จากค่าผ่านประตูอีกหลายนัด รอบแบ่งกลุ่ม 3  นัด เป็นอย่างน้อย และสปอนเซอร์ต่างๆ อาจถอนตัว ตามเงื่อนไขที่ระบุกันไว้ว่า ต้องได้เล่นฟุตบอลยุโรป

ณ เวลานี้ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งยืนยันมาตลอดว่า พวกเขาไม่ผิด คงได้แต่หวังว่า จะมีหลักฐานมากพอที่จะทำให้ CAS กลับคำตัดสิน

ปล มีข่าวว่า ลิเวอร์พูลสนใจ อดาม่า ทราโอเร่ ของวูล์ฟส์ ทันทีที่ สโมสรประกาศว่า ไม่ซื้อทิโม แวร์เนอร์ เรื่องแบบนี้ ต้องฟังหูไว้หู อย่าเพิ่งไปใส่ใจอะไรมาก ถึงเวลาได้ก็ได้เอง

และโจ แอนเดอร์สัน ผู้ว่าเมืองลิเวอร์พูลเปลี่ยนใจเรื่องการแข่งขันของลิเวอร์พูลและเอฟเวอร์ตัน และเชื่อว่า สามารถเล่นที่แอนฟิลด์ได้ ไม่ต้องใช้สนามกลาง ด้วยเหตุผลว่า สถานการณ์การระบาด ณ เวลาของเมืองลิเวอร์พูลแตกต่างจากเดิม ดังนั้น ขึ้นอยู่กับกรมตำรวจว่าจะอนุมัติหรือไม่ เพราะตำรวจเมอร์ซี่ย์ไซด์บอกว่า ไม่มีปัญหา ควบคุมได้แน่นอน

.

.

บทความโดย กิตติกร อุดมผล

Facebook fanpage: Captain No.12

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความก่อนหน้า :: บทความลิเวอร์พูล