บทความแมนยู

#แผนรองรับสตาร์

#แผนรองรับสตาร์

รัฐบาลอังกฤษเปิดไฟเขียวให้พรีเมียร์ลีกสามารถรีสตาร์ตซีซั่นกันได้ นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

ส่วนจะคัมแบ็กได้จริงๆ เมื่อไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมและมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้ทุกอย่างนั้นปลอดภัยมากที่สุด

การซ้อมแบบโซโล่แยกเดี่ยว ยกระดับมาเป็นกลุ่มเล็ก และหากไม่มีปัญหาเพิ่มเติม ก็คงจะรวมกลุ่มก้อนเป็นทีมได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งนั่นคือภาพที่บรรดาผู้จัดการทีมต่างต้องการพบเจอ และสัมผัสจริงๆ

การกลับมาฝึกซ้อมของสองแกนหลักทั้ง ปอล ป็อกบา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับแฟนผีท่ามกลางวิกฤติไวรัสโควิด-19 เพราะนั่นหมายความว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะได้อาวุธครบมือแบบฟูลอ็อปชั่นเพิ่มเติมจากขุมกำลังชุดเดิมที่ลงตัว และรักษาสถิติไร้พ่าย 11 นัดติดต่อกัน

ทั้ง ป็อกบา และ แรชฟอร์ด ต่างตั้งตารอที่จะได้ประสานงานร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จริงๆ เสียที แล้วมันก็อาจทำให้ โซลชา ต้องมองหาสูตรการเล่นที่ลงตัวเหมาะสมกับองค์ประกอบภายในทีม

ป็อกบา โดนเพ่งเล็งด้วยความข้องใจ เรื่องอนาคตค้าแข้ง เพราะตกเป็นกระแสลือว่าอยากย้ายทีมตัวสั่น และ ยูเวนตุส ก็พยายามหามุกมาหว่านล้อมเพื่อดึงกลับไปสวมเครื่องแบบม้าลายอีกครั้ง

แต่ถึงอย่างไร ดาวเตะดีกรีแชมป์โลก ย่อมต้องการพิสูจน์ตัวเอง ไม่ว่า กุนซือชาวนอร์เวย์จะใช้แผนไหนก็ตาม

4-2-3-1 : เด เคอา – วาน บิสซาก้า, ลินเดอเลิฟ, แม็กไกวร์, ชอว์ – ป็อกบา, เฟร็ด (แม็คโทมิเนย์ หรือ มาติช) – เจมส์, แฟร์นันด์ส, แรชฟอร์ด – มาร์กซิยาล

ระบบประจำของ โอเล่ และไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย โดย ป็อกบา จะยืนเป็นห้องเครื่องตรงกลางคู่กับ เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ หรือ เนมานย่า มาติช คนใดคนหนึ่ง ส่วน แรชฟอร์ด ประจำการริมเส้นฝั่งซ้ายตามถนัด ส่วน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปักหลักเพลย์เมกเกอร์เหมือนเดิม เช่นเดียวกับหน้าเป้า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นศูนย์หน้า และตัวรุกเร็วจี๊ดจ๊าดอย่าง แดเนียล เจมส์

4-3-3 : เด เคอา – วาน-บิสซาก้า, ลินเดอเลิฟ, แม็กไกวร์, ชอว์ – เฟร็ด (มาติช หรือ แม็คโทมิเนย์), แฟร์นันด์ส, ป็อกบา – เจมส์ (กรีนวู้ด), มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด

สูตรนี้เน้นรุกเต็มเหนี่ยว และคงถูกใจเหล่าเร้ด อาร์มี่ โดยมีมิดฟิลด์ตัวรับหนึ่งราย เลือกเอาระหว่าง เฟร็ด, มาติช หรือ แม็คทอม คนใดคนหนึ่ง ปล่อบให้ ป็อกบา กับ บรูโน่ ขับเคลื่อนเกมร่วมกัน แดนหน้า มาร์กซิยาล กับ แรชฟอร์ด เป็นตัวหลักในตำแหน่งประจำ ส่วนเกมบุกทางขวามีทั้ง เจมส์ และ เมสัน กรีนวู้ด ให้ใช้บริการ

4-4-2 ไดมอนด์ : เด เคอา – วาน-บิสซาก้า, ลินเดอเลิฟ, แม็กไกวร์, ชอว์ – เฟร็ด (มาติช), แม็คโทมิเนย์, ป็อกบา, แฟร์นันด์ส – มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด

คล้ายคลึงกับระบบ 4-3-1-2 ที่ โซลชา เคยใช้อยู่บ่อยๆ ตอนเริ่มเข้ามาคุมทัพยูไนเต็ด โดยมิดฟิลด์คู่กลางเป็น เฟร็ด หรือ มาติช คนใดคนหนึ่ง แล้วให้ แม็คโทมิเนย์ ฉีกมาทางขวาเล็กน้อย และฝั่งซ้ายเป็น ป็อกบา ด้าน บรูโน่ ยืนอยู่หลังคู่หัวหอก มาร์ก กับ แรช ที่ โซลชา จะปล่อยให้มีอิสระในการเล่นอย่างเต็มเหนี่ยว

3-4-1-2 : เด เคอา – ลินเดอเลิฟ, แม็กไกวร์, ชอว์ – วาน บิสซาก้า, เฟร็ด (มาติช หรือ แม็คโทมิเนย์), ป็อกบา, วิลเลี่ยมส์ – แฟร์นันด์ส – มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด

ไม้ตายที่ได้รับผลการแข่งขันยอดเยี่ยมบ่อยครั้งเวลาเผชิญหน้ากับทีมใหญ่ๆ รวมถึงชัยชนะในแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ล่าสุด ก่อนเบรกโควิด-19 โดยทั้งแนวรับ และรุกต่างลงตัวดีอยู่แล้ว ส่วนแดนกลาง ป็อกบา จะเข้าไปเสียบแทนในบทบาทห้องเครื่อง ปล่อยให้อีกตำแหน่งต้องแย่งกันระหว่าง เฟร็ด, มาติช และ แม็คโทมิเนย์

แรชฟอร์ด ยังรั้งดาวซัลโวสูงสุดประจำทีมด้วยผลงานรวมทุกถ้วย 19 ประตู แม้หยุดพักไปนาน และการกลับมาของเขาก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพยกระดับสูงขึ้นไปอีก

ส่วน ป็อกบา ที่หลายคนรอดูการเล่นร่วมกับ บรูโน่ และเชื่อว่าเซ้นส์บอลของแข้งระดับโลก คงจะไปด้วยกันได้ดีฉลุยแน่นอน

แต่ความจริงจะเป็นไปอย่างที่จินตนาการกันไว้หรือเปล่า คงต้องไปรอพิสูจน์กันในสนามแข่งขัน และจะได้คำตอบชัดเจนที่สุด

* โรบิน *

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความก่อนหน้า :: บทความแมนยู