บทความลิเวอร์พูล

สตีเว่น เจอร์ราร์ด เชลซี ทางแยกของความสำเร็จกับความรัก

สตีเว่น เจอร์ราร์ด เชลซี ทางแยกของความสำเร็จกับความรัก

ดึกๆวันที่ 5 พฤษภาคม 2005 ผู้บริหารสโมสรเชลซี เสร็จภารกิจสำคัญด้วยความเชื่อมั่นว่า ปิดดีลที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นสำเร็จ

สตีเว่น เจอร์ราร์ด เพิ่งชูถ้วยชนะเลิศ UCL ที่อิสตันบูลเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน ยื่นหนังสือขอย้ายทีมอย่างเป็นทางการต่อสโมสรลิเวอร์พูล เขาหมดไฟ สิ้นสุดความฝันที่จะคว้าแชมป์กับสโมสรซึ่งไต่เต้ามาตั้งแต่ระดับเยาวชน วัย 25 ปี ถือว่าสำคัญสุดขีดของนักฟุตบอล และน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ บวกกับความไม่คืบหน้าในการเจรจาสัญญาระยะยาวครั้งงใหม่กับลิเวอร์พูล

เชลซี แชมป์พรีเมียร์ ลีก ชื่นชมฝีเท้าของเขามายาวนาน บวกกับไพ่เด็ดคือโจเซ่ มูรินโญ่ ผู้กุมบังเหียนของทีม พวกเขาคิดว่าเป็นไปได้กับการโน้มน้าวจิตใจของนักเตะ มาสแตมฟอร์ด บริดจ์ สิ่งใดที่เจอร์ราร์ดต้องการ ไม่ใช่ปัญหาที่เชลซีจัดการไม่ได้ โดยเฉพาะถ้านั่นหมายถึงเงิน

เหลืออย่างเดียวคือ การตกลงค่าตัวกับลิเวอร์พูล ซึ่งเหมือนจะยอมรับกลายๆว่า ไม่มีทางหยุดยั้งอะไรได้ ขอเพียงแต่ได้ข้อเสนอที่พึงพอใจ เชื่อว่า รุ่งเช้า เชลซีคงกลับมาใหม่พร้อมข้อเสนอ 35 ล้านปอนด์ เจอร์ราร์ดแทบจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้ำเงินแห่งลอนดอนเรียบร้อย

15 ปีกับสโมสร ไม่เคยมีใครจินตนาการออกว่า สักวัน สตีเว่น เจอร์ราร์ดจะโบยบินจากอ้อมกอดของลิเวอร์พูล ทุกวันนี้ เขาคงไม่มีความสุขนักหากใครถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เขาน่าจะไม่ต้องการพูดถึงความสัมพันธ์พิเศษในหน้าร้อนดังกล่าวกับโรมัน อบราโมวิช ช่วงเวลาบีบคั้นระหว่างจบฤดูกาล 2004/05 อนาคตของเขาอยู่ตรงไหนคือข่าวสำคัญของหน้าร้อน และสายสัมพันธ์กับทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลที่ไม่น่ายืดยาวถึง 17 ปี

ช่วงดังกล่าว ลิเวอร์พูลไม่สามารถต่อกรกับอำนาจเงินของเศรษฐีน้ำมันจากรัสเซีย และถ้วยรางวัลต่างๆที่ได้รับการลำเลียงสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ขณะที่เขาได้สัมผัสแค่แชมป์ลีก คัพและเอฟเอ คัพ ก่อนเดินทางสู่ลอส แองเจลีสในปี 2015 เชลซีได้แชมป์ลีก 3 สมัย ยูโรเปี้ยน คัพ ยูฟ่า คัพ เอฟเอ คัพ 4 ครั้ง และลีก คัพอีก 2 ครั้ง ทุกครั้งที่เชลซีฉลองแชมป์ เจอร์ราร์ดคงคิดไม่ได้เหมือนกัน น่าจะเป็นเขาที่ได้รับเหรียญตราและถ้วยรางวัลเหล่านั้นบ้าง

“ผมไม่เคยเสียใจที่ไม่ไปเชลซี ไม่มีเลยแม้แต่น้อย” เจอร์ราร์ดเปิดใจกับเจมี่ คาร์ราเกอร์ ผ่านรายการพอดคาสต์ของอดีตกองหลังร่วมทีม The Greatest Game “ไม่เสียใจแม้แต่น้อย ผมพาลูกไปดูฟุตบอล ไปลิเวอร์พูล ได้รับเชิญกลับไปเป็นโค้ชที่อาแคเดอมี่ นี่ต่างหากที่ผมอยากได้จากลิเวอร์พูล ความสัมพันธ์”

“มูรินโญ่ติดต่ออีกที ตอนปี 2010 เขาคุมเรอัล มาดริด ลองคิดดู เล่นให้มูรินโญ่กับมาดริดในฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีก คงเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า แต่พวกเขาแค่อยากได้ผมเพื่อเปิดสงครามกับลิเวอร์พูลเท่านั้น ว่าดึงเจอร์ราร์ดไปจากทีมได้ บาเยิร์นเคยเจรจากับผมอย่างจริงจังเหมือนกัน เราโทรคุยกับพวกเขาอย่างจริงจัง บาเยิร์นยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่เมื่อทุกอย่างสงบนิ่ง ผมบอกตัวเองนะ นี่ผมกัปตันทีมลิเวอร์พูล ผมอยู่กับทีมใหญ่อยู่แล้ว แล้วจะเปลี่ยนทำไม จะทำอะไรให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างผมกับลิเวอร์พูลทำไม”

“ตอนนั้น ผมคิดว่ายังไม่เป็นผู้ใหญ่แบบตอนนี้นะ นั่นอายุ 24-25 เอง”

วัยนั้น เจอร์ราร์ดอาจแข็งแกร่ง แต่อ่อนไหว โรมัน อบราโมวิช สร้างกระแสในตลาด จนมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษหวั่นไหว อยากมุ่งหน้าสู่ลอนดอนตะวันตกเฉียงใต้ เชลซีเคยติดต่อเขาตั้งแต่ยุคเคลาดิโอ รานิเอรี่ ระหว่างหน้าร้อนปี 2003 ซึ่งเชลซีเปิดตัวนักเตะค่าตัวมหาศาลแทบทุกวัน แต่ไม่มีใครรู้ว่า ความร่ำรวยของอบราโมวิชจะนำพาเชลซีไปถึงระดับไหน เพราะตอนนั้น อาร์เซน่อลยังเข้มแข็ง แถมคว้าแชมป์ด้วยสถิติไร้พ่าย

เมื่อโจเซ่ มูรินโญ่ปรากฎกาย สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่าง นักเตะจากเมอร์ซี่ย์ไซด์และกุนซือโปรตุเกส เขาเชื่อว่า มูรินโญ่สามารถพัฒนาเขาไปสู่อีกระดับได้

ความผิดหวังของเจอร์ราร์ด เริ่มตั้งแต่หน้าร้อนปี 2004 ลิเวอร์พูลจบฤดูกาลด้วยการแพ้แชมป์ 30 คะแนน พร้อมเดินทางไปแข่งขันยูโร 2004 ที่โปรตุเกสกับอังกฤษพร้อมข่าวลือแพร่สะพัด ราฟาเอล เบนิเตซ เพิ่งรับตำแหน่ง ผจก ลิเวอร์พูล ด้วยความบังเอิญ เขาบินไปโปรตุเกสเพื่อพบกัปตันทีม ด้วยเที่ยวบินเดียวกับ เชลาร์ด ฮุลลิเยร์ และจูลี่ แอน แม่ของสตีเว่น ฮุลลิเยร์เป็นคนแนะนำให้ จูลี่ แอนและราฟารู้จักกัน

“ราฟาจับมือแม่เป็นการทักทาย จากนั้นถามโต้งๆเลยว่า สตีเว่นสนใจเงินไหม” อันนี้ เจอร์ราร์ดเล่าในหนังสือชีวะประวัติ My Story “นอกจากทักทายธรรมดา สวัสดี ยินดีที่รู้จัก เงินคือคำถามแรกที่ราฟาถามแม่ผม ผมสนิทกับแม่มาก ผมรู้หลายเรื่อง เช่นเดียวกับที่คนเล่าว่า ราฟาขึ้นแท็กซี่มาพบผม”

นั่นอาจเป็นแค่เรื่องตลกๆ หรือราฟาต้องการหยั่งความรู้สึกของเจอร์ราร์ด ซึ่งตรงกันข้ามกับวิธีการของมูรินโญ่ เมื่อพบกับนักเตะเป็นครั้งแรก ซึ่งพยายามทำให้นักเตะเชื่อว่าตัวเองมีคุณค่าแค่ไหน แถมราฟาไม่อาจบอกด้วยซ้ำไปว่า เขาจะทำอย่างไรกับลิเวอร์พูล เพราะสโมสรมีข้อจำกัดด้านการเงิน ยิ่งทำให้เจอร์ราร์ดเริ่มไม่แน่ใจอนาคต สโมสรทะเยอทะยานขนาดไหน แต่มูรินโญ่บอกได้เลยว่า เขาต้องการไปถึงจุดไหนกับเชลซี

“สตีวี่เป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกในเวลานั้น ทำทุกอย่างจนสุดความสามารถกับลิเวอร์พูลแล้ว” จอห์น เทอร์รี่ พูดถึงเพื่อนร่วมทีมชาติระหว่างเดือนเมษายน “มูรินโญ่เปรยว่า อยากได้สตีวี่มาร่วมทีม แน่นอน เขาทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ผจก ลองให้ผมทาบทามสตีวี่แบบลับๆ ซึ่งผมลองถามดู ตอนแรก สตีวี่ปฏิเสธ ไม่อยากย้ายทีม แต่ต่อมาก็เริ่มมีท่าทีเหมือนกัน”

เจอร์ราร์ดยอมรับเรื่องนี้ เชลซียื่นข้อเสนอ 20 ล้านปอนด์ โดยปีเตอร์ เคนย่อน CEO เชลซีบอกว่า เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ควรดำเนินการปิดดีลให้เร็วที่สุด เจอร์ราร์ดพยายามหาคำตอบให้ตัวเองนาน 4 วัน หลังจากอังกฤษตกรอบเพราะแพ้โปรตุเกส เขาตัดใจย้ายไม่ได้ และให้คำมั่นกลายๆกับราฟา ด้วยการแถลงข่าวว่า อนาคตของเขายังอยู่ที่แอนฟิลด์ พร้อมนำลิเวอร์พูลสู่ยุคใหม่

ไม่มีใครมั่นใจมากนัก “สุดท้าย ไม่ว่าเชลซีต้องการนักเตะคนไหน พวกเขาจะต้องได้” อาร์แซน เวนเกอร์ พูดในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ผจก ทีมอาร์เซน่อลรู้ดีว่า เชลซีมีอำนาจมากแค่ไหน “ใครก็ตามที่ปฏิเสธเชลซี ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น”

เจอร์ราร์ดคงคิดเหมือนกัน ก่อนเกมสำคัญในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีกกับโอลิมเปียกอส ว่าต้องพิจารณาอนาคตของตัวเองเหมือนกัน หากลิเวอร์พูลไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นผู้ท้าชิง “ถ้ารูปการณ์ดูท่าไม่ดี ผมค่อยตัดสินใจอีกทีในหน้าร้อน” เขาพูดก่อนเกมดังกล่าว “ผมจะอายุ 25 ปี เมื่อปิดฤดูกาลนี้ เหลือเวลาที่จะเล่นได้ดีที่สุดอีก 6-7 ปี และโอกาสเป็นแชมป์ เอาเป็นว่า สโมสรจะพลิกสถานการณ์ได้”

“ถือว่า เป็นเรื่องลำบากใจเหมือนกัน เพราะผมเป็นแฟนลิเวอร์พูล ผมอยากได้แชมป์กับทีมสโมสรนี้ แต่เวลาไม่เข้าข้างผม ผมไม่อาจรออีก 3-4 ปี เพื่อให้สโมสรสร้างทีมเพื่อเป็นแชมป์ ผมหวังว่า ทุกอย่างจะเกิดขึ้นตอนนี้และจบฤดูกาล หน้าร้อน เราจะได้เตรียมทีมเพื่อลุ้นแชมป์ ผมไม่หมดหวัง แต่ดูตารางคะแนนซิ ลิเวอร์พูลอยู่ที่ 7 ตามหลังเชลซี จ่าฝูง 15 คะแนน”

จากวันนั้นจนจบฤดูกาล เชลซีทิ้งลิเวอร์พูลเป็น 37 แต้ม เจอร์ราร์ดยิงเข้าประตูตัวเองในนัดชิงลีก คัพ ส่งผลให้มูรินโญ่ได้แชมป์แรกในอังกฤษ วันนั้นแฟนบอลลิเวอร์พูลบางส่วนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ใกล้แม่และภรรยาของเจอร์ราร์ด พวกเขาตะโกนด่าว่า “ไอ้หำนั่นเจตนายิง เขาอยากเล่นกับเชลซี อยากได้เงิน เขากับภรรยาจอมงกอยากได้เงินจากลอนดอน เจอร์ราร์ดคืออ้คนเฮงซวยจอมทรยศ”

เวลาผ่านไปไม่นาน ดูเหมือนทุกคนจะลืมความเจ็บปวดดังกล่าว ผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีกคือยาชุปชีวิตเจอร์ราร์ด เขานำทีมผ่านเลเวอร์คูเซ่น ยูเวนตุส และเชลซี มุ่งหน้าสู่อิสตันบูล ซึ่งเป็นความสำเร็จสูงสุดของเขาจนถึงปัจจุบัน หลังการคัมแบ็คแบบไม่น่าเชื่อที่อทาเทิร์ค สเตเดี้ยม แม้แต่อบราโมวิชคงอดคิดไม่ได้ว่า เขาและเชลซีคงคว้าน้ำเหลว เงินเขาไม่อาจซื้อสตีเว่น เจอร์ราร์ดได้อย่างแน่นอน

แต่…ความแน่นอนไม่มีในโลก

เจอร์ราร์ดรอคำตอบจากลิเวอร์พูล สัญญาฉบับใหม่ที่ดีกว่าเดิม สัญญาเดิมยังมีอายุอีก 2 ปี และเขาไม่อยากเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ในปีก่อนหน้านี้ เพราะไม่แน่ใจว่า ลิเวอร์พูลจะเป็นอย่างไร ก้าวถึงแชมเปี้ยนส์ ลีกหรือไม่ พวกเขาได้แค่อันดับ 5 ในลีก แต่ได้สิทธิ์ป้องกันแชมป์ยุโรป หลังการคว้าแชมป์สมัยที่ 5 และเสียงเรียกร้อง จนยูฟ่าเปลี่ยนกฎ เจอร์ราร์ดคิดว่า ลิเวอร์พูลต้องเร่งดำเนินการ เสนอสัญญาที่ดีขึ้น เหมือนการเจรจากับอิกอร์ บิสชานและดีตมาร์ ฮามานน์

แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวจากลิเวอร์พูลแม้แต่น้อย

กิตติกร อุดมผล

ปล ที่ประชุม ผจก ทีม เมื่อพุธที่ผ่านมา หลายฝ่ายเสนอความเห็น เยอร์เก้น คลอปป์ แสดงท่าทีว่า สนับสนุนการปิดฤดูกาลตามหลักการ นั่นอาจหมายถึงการเล่นแบบเหย้า-เยือน แต่ 12 มิย เร็วเกินไป คลอปป์ต้องการเวลาอย่างน้อย 1 เดือนเพื่อให้ทีมพร้อม กว่าลีกจะตกลงกันได้ หรือนักเตะยอมโอเค เวลาฝึกซ้อมจะเหลือไม่มาก เช่นเดียวกับมาตรการความปลอดภัย ผจก ลิเวอร์พูล บอกว่า ควรให้ทีมเสริมนักเตะจากระดับเยาวชนได้ เผื่อเกิดการบาดเจ็บ และต้องตรวจร่างกายคนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น เช่น ทีมสตาฟทั้งหลาย จากที่จำกัดไว้แค่ 40 คนต่อสโมสรรวมนักเตะแล้ว

.

.

บทความโดย กิตติกร อุดมผล

Facebook fanpage: Captain No.12

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความก่อนหน้า :: บทความลิเวอร์พูล