บทความฟุตบอล บทความลิเวอร์พูล

อังกฤษคลาย Lock Down ฟุตบอลอาจเริ่มต้นอีกครั้ง

48 วัน นับจากการประกาศหยุดแข่งขันพรีเมียร์ ลีก ชั่วคราว และประเทศอังกฤษอยู่ในภาวะ Lock Down สุดสัปดาห์ที่ 9-10 พฤษภาคม 2020 ลิเวอร์พูลควรได้รับถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ลีก (แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ) สมัยที่ 19 อย่างไรก็ตาม ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีวี่แววว่าฟุตบอลอาจได้กลับมาในเร็ววันนี้

เมลวู้ด คอมเพล็กซ์ น่าจะเตรียมปิดตัวเพราะศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่แถวเคอร์บี้ ใกล้เสร็จสมบูรณ์ แต่เพราะการแพร่ระบาดของโควิค-19 ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงัก และเมลวู้ดยังเป็นศูนย์บัญชาการของสโมสรลิเวอร์พูลเหมือนเดิม

ภายในศูนย์ฝึกซ้อมเริ่มมีการเคลื่อนไหวเตรียมรับการใช้งาน เมื่อลิเวอร์พูลประกาศว่า ให้นักเตะมาซ้อมได้ เผื่อรอการกลับมาของการแข่งขันตาม Project Restart

บรรยากาศในลิเวอร์พูลคงคักคักสุดๆ เดอะ ค็อป เตรียมฉลองกันให้สุดเหวี่ยงสมกับที่รอคอยนาน 30 ปี ขณะที่แฟนเอฟเวอร์ตันคงไม่อยากเข้าไปในเมืองเพื่อเบียดเสียดกับเดอะ ค็อป แต่ยามนี้ทุกอย่างเงียบเหงา และต่อให้แฟนบอลเอฟเวอร์ตันคงไม่แคร์หากฟุตบอลกลับมา และลิเวอร์พูลได้แชมป์ เพราะนั่นหมายถึง ทุกคนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ความเป็นจริง เมอร์ซี่ย์ไซด์เงียบกริบมา 7 สัปดาห์ เหมือนสถิติของลิเวอร์พูลในฤดูกาล 2019/20 เล่น 29 นัด ชนะ 27 เสมอ 1 แพ้ 1 นำอนดับ 2 คือแมนฯ ซิตี้ 25 คะแนน ชนะอีก 2 จาก 9 นัดที่เหลือ แชมป์เป็นของลิเวอร์พูลทันที แต่การรอคอยยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุด และเผลอๆ จาก 30 ปี อาจกลายเป็น 31  ปี หากทุกอย่างถูกยกเลิกให้เป็นโมฆะ ตามความต้องการของคนบางกลุ่ม

มิถุนายนปี 2019 อาจจำลองบรรยากาศได้ใกล้เคียงที่สุดเมื่อลิเวอร์พูลได้แชมป์ ผู้คนประมาณ 1 แสนคนเบียดเสียดกันเพื่อชมขบวนแห่ ที่เริ่มจากถนนวงแหวนควีนส์ ไดร์ฟ และไปจบที่เพียร์ เฮด ใกล้กับตึกรอยัล ไลฟเวอร์ ผู้คนมีความปรารถนาเหมือนกัน แสดงความยินดี และอยากเห็นเยอร์เก้น คลอปป์ และนักเตะฉลองความสำเร็จกันอย่างเต็มที่ ในฐานะแชมป์ยุโรป

ในความเป็นจริง เมืองที่น่าจะรุ่งเรืองตามความสำเร็จของสโมสรลิเวอร์พูลกลับพบปัญหาด้านเศรษฐกิจอีก ฟู้ดแบงค์ อันเป็นแหล่งพึงพิงของคนยากจนยิ่งประสบปัญหา เพราะอาศัยวันแข่งขันที่แอนฟิลด์ และ กูดิสัน พาร์ค เป็นจุดสำคัญสำหรับการรับบริจาค ซึ่งยามนี้การต้องการความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น

ลิเวอร์พูลเคยเป็นเมืองท่าสำคัญของเครือจักรภพ เถลิงความยิ่งใหญ่นานนับศตวรรษ ก่อนตกต่ำหลังสงครามโลก และยุค 80 เมื่อรัฐบาลของพรรคอนุรักษ์นิยมมองว่า นี่คือต้นตอแห่งปัญหา ถ้าไม่สามารถยุติปัญหาในลิเวอร์พูลได้ เครือจักรภพอาจล่มสลาย เพราะฉะนั้น นโยบายหลักของมาร์กาเร็ต แธตเชอร์คือบีบทุกอย่างไว้ ถ้าลิเวอร์พูลจะตาย ก็ให้ตายเฉพาะลิเวอร์พูล

ปัจจุบัน ลิเวอร์พูลดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ เพราะเงินทุนจากยุโรปเข้ามาพัฒนาหลายสิ่งหลายอย่าง เช่นเดียวกับการเติบโตของสโมสรลิเวอร์พูล

แต่คนที่อยู่ลิเวอร์พูลมายาวนาน จะพบว่า ในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัญหาของลิเวอร์พูลยังไม่ทุเลา เมื่อรัฐบาลมีคำสั่ง Lock Down ไม่ต้องการให้ผู้คนออกจากบ้าน แต่ทำตามถนนหลายสายในลิเวอร์พูลจึงมีผู้คน เพราะเขาเหล่านี้ ไม่รู้จะไปไหน พวกเขาไม่มีบ้าน แม้แต่ละแวกใกล้แอนฟิลด์

คนแถวนั้นอาจรำคาญเวลามีฟุตบอลแข่ง เพราะความวุ่นวายจากผู้คนและกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ดีกว่าในเวลานี้ ยิ่งแฟนบอลลิเวอร์พูล อาจรู้สึกผิดหวัง เพราะจากเคยยิ่งใหญ่ ได้แชมป์ลีก 11 ครั้งในรอบ 17 ปี กลายเป็นรอคอย 30 ปี โดยปราศจากแม้แต่แชมป์เดียว

ตอนนี้ทุกคนรอคอยด้วยความหวัง อย่างน้อยให้ฟุตบอลกลับมา ตามแผนคือกลางเดือนมิถุนายน ลิเวอร์พูลชนะอีก 2 จาก 9 นัดที่เหลือ คว้าแชมป์ได้ แต่คงไม่มีการฉลองแบบครั้งคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อมิถุนายน 2019

โจ แอนเดอร์สัน ผู้ว่าเมืองลิเวอร์พูลให้สัมภาษณ์ว่า ฟุตบอลไม่มีทางกลับมาในตอนนี้ โดยเฉพาะการแข่งขันที่แอนฟิลด์ ต่อให้ห้ามแฟนบอลเข้าสนามได้ แต่คุณไม่สามารถห้ามแฟนบอลไปออกันในละแวกใกล้สนามที่สุด เช่นเดียวกับความกังวลว่า ต่อให้ลิเวอร์พูลไปเล่น ณ สนามกลาง ใกล้จากเมือง แฟนบอลก็รู้ข่าวอยู่ดีว่า วันนี้ทีมจะได้แชมป์หรือไม่ ยากที่จะห้ามการชุมนุม

แม้โจ แอนเดอร์สันจะบอกว่า ควรยกเลิกการแข่งขันแล้วมอบแชมป์ให้ลิเวอร์พูลไปเลย แต่สโมสรก็ให้ข่าวตอบโต้กับผู้ว่า ด้วยหลักการว่า ไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่า เมืองจะควบคุมผู้คนไม่ได้ บางคนมองว่า เหตุที่แอนเดอร์สันพูดแบบนี้ เพราะเขาเป็นแฟนเอฟเวอร์ตัน มีตั๋วปีที่กูดิสัน พาร์ค ด้วยซ้ำไป

แฟนบอลลิเวอร์พูลมองเหมือนกัน พวกเขาไม่ต้องการรับแชมป์ที่ใครยกให้ แต่ต้องการให้มันจบในสนาม จบจริงๆ นานแค่ไหนก็รอได้ เพราะไม่อยากเป็นขี้ปากคนอื่นในอนาคตซึ่งจะบอกว่า ลิเวอร์พูลได้แชมป์เพราะไวรัสหรือคนอื่นยกให้

ความวุ่นวายที่โจ แอนเดอร์สันกังวลหมายถึงการดูถูกคนลิเวอร์พูลว่า ต่ำ สุดท้ายเมื่อถึงเวลา ไม่มีใครเคารพกฎ

ไทม์ไลน์ของพรีเมียร์ ลีก เมื่อรัฐบาลประกาศคลายกฎ Lock Down อย่างเป็นทางการ

จันทร์ 11  พค 20 สโมสรพรีเมียร์ ลีก ประชุมทางวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ชี้แจงความเคลื่อนไหวล่าสุด มาตรการของแพทย์ สนามกลาง เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการอะไรบ้างและโหวตเรื่องต่อสัญญานักเตะชั่วคราวจาก 30 มิถุนายน

อังคาร 12 พค พรีเมียร์ ลีกสรุปรายละเอียดให้กัปตันทีม นักเตะอาวุโส และตัวแทน PFA เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัย เพื่อให้ฝ่ายนักเตะมั่นใจและเห็นด้วยกับแนวแข่งการแข่งขัน

พุธ 13 พค พรีเมียร์ ลีก น่าจะประชุมร่วมกับ สมาคมผู้จัดการทีมฟุตบอลอาชีพและ PFA

พฤหัส 14 พค หน่วยราขการและตำรวจประชุมร่วมกับ สมาคมผู้จัดการทีม และ PFA

จันทร์ 18 พค 20 สโมสรพรีเมียร์ ลีก ประชุมอีกครั้ง เพื่อลงคะแนนว่าจะยอมรับแผนการ Project Restart อีกหรือไม่

ถ้าเป็นไปตามไทม์ ไลน์นี้ พรีเมียร์ ลีก จะ Lock Down ไปอีกอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์  ขณะที่รัฐบางอังกฤษ เริ่มผ่อนคลายกฎรักษาระยะห่างทางสังคม Social Distancing บ้าง เช่น อนุญาตให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้ หากพนักงานสมัคร หรืองานบางอย่างที่ไม่สามารถทำจากบ้านได้ แต่ขอให้เดินทางด้วยรถส่วนตัว รถยนต์ จักรยานหรือเดิน โดยจะเพิ่มเลนจักรยานเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงรถสาธารณะ ระบบขนส่งมวลชนจะลดการให้บริการลง 90 %

ร้านอาหารโรงแรมร้านตัดผมผับปิดเหมือนเดิม โรงเรียนระดับอนุบาลน่าจะเปิด 1 มิถุนายน แม่บ้านทำความสะอาดตามบ้านลูกค้าได้ และรัฐบาลอังกฤษเพิ่งตื่นเตรียมสั่งเครื่องจักรผลิตหน้ากากอนามัยให้ประชาชนซื้อได้โดยตรง ไม่ต้องซื้อของแพง แต่รัฐบาลไม่ประกาศว่า ประชาชนควรสวมหน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้าน

กฎใหม่จะประกาศในวันพุธหลังการแถลงการในวันจันทร์ รวมถึงคนสามารถออกกำลังกายกลางแจ้งได้ ร่วมกับคนอื่นได้ไม่เกินหนึ่งคน นั่งพัก่อนในที่สาธารณะได้แต่ต้องรักษาระยะห่างไม่น้อยกว่า 2  เมตร คนในครอบครัวเดียวกัน ออกไปพร้อมกันได้ครั้งละไม่เกิน 2 คน และใครอยากไปอังกฤษตอนนี้ ทำได้ แต่ต้องกักตัวเพื่อดูอาการ 14 วัน

ใครฝ่าฝืนกฎต่างๆ โดนปรับและค่าปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 100 จนถึง 3,200 ปอนด์ แต่รัฐบาลของบอริส จอห์นสันเชื่อว่า สถานการณ์ระบาดตอนนี้ดีขึ้น มาตรการ Lock Down จากระดับ สี่ สีแดง เหลือแค่ ระดับ 3 สีส้ม จากสโลแกนที่บอกให้ Stays Home  อยู่บ้าน เปลี่ยนเป็น Stays Alert ให้คนตื่นตัวและพยายามแจ้งเตือนเรื่องการระบาด

การประชุมวันจันทร์นี้ คาดกันว่า ลิเวอร์พูลตกเป็นเป้าเรื่องการจัดนักเตะลงสนามและส่งผลกระทบต่อการหนีตกชั้น เพราะลิเวอร์พูลเคยทำมาแล้วในลีก คัพ กับแอสตัน วิลล่า เมื่อธันวาคม และเอฟเอ คัพ กับเชลซีเมื่อมกราคม โปรแกรมของลิเวอร์พูลเรียงลำดับตามเดิมคือ เอฟเวอร์ตัน คริสตัล พาเลซ แมนฯ ซิตี้ แอสตัน วิลล่า ไบรท์ตัน เบิร์นลี่ย์ อาร์เซน่อล เชลซี นิวคาสเซิ่ล เกรงกันว่า หากลิเวอร์พูลได้แต้มที่ต้องการสำหรับการเป็นแชมป์ เยอร์เก้น คลอปป์ อาจพักผู้เล่น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรืออะไรก็ตาม

เชื่อว่า ลิเวอร์พูลจะยืนยันกับที่ประชุมว่า จะจัดทีมชุดดีที่สุดลงสนาม แน่นอนล่ะ แอสตัน วิลล่ากับไบรท์ตันคงหวังว่า คลอปป์คงจัดเด็กเล่น หากชนะใน

นัดก่อนหน้านี้ แต่ทีมอื่นที่เกี่ยวข้องคงไม่อยากให้เห็นอย่างนั้น

.

.

บทความโดย กิตติกร อุดมผล

Facebook fanpage: Captain No.12

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความก่อนหน้า :: บทความลิเวอร์พูล