บทความลิเวอร์พูล

ตลาดจะดำดิ่ง

ตลาดจะดำดิ่ง

เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ แฟนฟุตบอลก็เริ่มจะคุ้นเคยกับบรรยากาศเงียบเหงาของการไม่มีเกมเตะกันบ้างแล้ว

ไม่ได้เต็มใจคุ้นเคยหรอกแต่ทำยังไงได้เราต้องอยู่กับมัน

ข่าวสารต่างๆ มีให้ติดตามอยู่เหมือนเดิมแต่ความรู้สึกอินกับมันไม่เหมือนเดิมด้วยไม่มีเรื่องที่เกี่ยวกับการแข่งขัน ไม่มีความเคลื่อนไหวในตารางคะแนน ไม่มีสถานการณ์พลิกผัน ไม่มีประตูใหม่ๆ ให้ดู

ทุกวันนี้ได้แต่ดูประตูเก่าๆ จากไฮไลต์เก่าๆ หรือเทปบันทึกการแข่งขันเก่าๆ เกมแห่งความทรงจำ เกมยอดเยี่ยม สิบประตูเด่นของ อลัน เชียเรอร์ โรนัลโด้ กาเบรียล บาติสตูต้า ฯลฯ

ในช่วงที่ยังเงียบเหงาและต้องพยายามหาอะไรแก้เหงาแบบนี้ เดอะค็อปเองก็สังเกตการณ์

ทั้งสังเกตการณ์ความเป็นไปว่าฤดูกาล 2019/20 น่าจะมีบทสรุปอย่างไร และสังเกตการณ์สภาพรอบตัว

เรื่องฤดูกาล 2019/20 เชื่อว่าเดอะค็อปเริ่มจะวางใจและไม่วิตกกังวลจนเกินไปแล้ว ท่าทีของทุกฝ่ายยังคงชัดเจนว่าไม่ว่าอย่างไรจะต้องมีบทสรุปแน่ๆ โดยจะต้องลงสนามแข่งขันกันต่อด้วย

พูดง่ายๆ ก็คือโอกาสที่ฤดูกาลจะเป็นโมฆะแทบไม่มี สถานการณ์โลกสำหรับ โควิด-19 เองก็ดูจะคลายความตระหนกไปเยอะ ทุกคนเข้าใจมันและพยายามดูแลตัวเองให้ห่างจากมัน

กราฟผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตควรจะเริ่มนิ่ง ข่าวด้านสาธารณสุขเรื่องการคิดค้นตัวยารักษาไวรัสชนิดนี้ก็มีออกมาให้ใจชื้นกันเรื่อยๆ

อารมณ์เริ่มจะถูกปรับเข้าสู่ภาวะที่ไม่เครียดจนเกินไป ถ้าจะเหนื่อยหรือกังวลกันก็คือเรื่องหน้าที่การงานของแต่ละคน ฟุตบอลเป็นเรื่องรองลงไปแล้ว

หลังจากฤดูกาลกลับมาหวดกันจนได้บทสรุปและเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ นั่นต่างหากที่น่าสนใจ

มีนักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่า ไวรัสโคโรน่า นี้เปรียบเสมือนระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหม่ที่เข้ามาล้างทุกอย่าง

ไม่ใช่การทำลายล้างแบบระเบิดปรมาณูของจริงที่ตึกรามบ้านช่องพินาศจนราบเป็นหน้ากลอง แต่เปรียบเทียบได้อย่างนั้น

วิถีชีวิตของหลายคนอาจเปลี่ยนไป ด้วยธุรกิจบางธุรกิจเหมือนถูกรีเซ็ตกลับไปเป็นศูนย์ ตั้งหลักกันใหม่ หรือกระทั่งดำเนินต่อไปเหมือนที่มันเป็นในช่วงกักตัว

ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นการ Work from home กันมากขึ้นเมื่อหลายบริษัทมองเห็นว่า งานก็เดินหน้าไปได้และยังสามารถลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ของบริษัท หรือได้เห็นธุรกิจขับรถรับส่งอาหารหรือสินค้าเฟื่องฟูขึ้นเพราะผู้คนเคยชินกับมันเสียแล้ว

กับวงการฟุตบอล นักวิเคราะห์บางคนให้จับตาดูว่า ค่าตัวนักฟุตบอลอาจดิ่งลงมาเหมือนตกเหว

คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ว่ากันด้วยตัวเลขทะลุ 200 ล้านปอนด์ก่อนโควิด-19 อาจหล่นลงมาเหลือแค่ 40-50 ล้านปอนด์ ที่สำคัญคือก็ยังไม่มีสโมสรไหนกล้าควักจ่าย

นึกภาพแล้วเราไม่อาจจินตนาการได้ออกเลยว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเรื่องค่าตัวที่ลดเหลือแค่นั้น และที่ยิ่งกว่านั้นคือกระทั่งลดลงมาเหลือแค่นั้นแล้วก็ยังไม่มีทีมไหนอยากจ่าย

ในความรู้สึกของเรา ถ้าค่าตัวของ เอ็มบั๊ปเป้ เหลือ 40-50 ล้านปอนด์ เจดอน ซานโช่ เหลือ 35 ล้านปอนด์ แฮร์รี่ เคน เหลือ 30 ล้านปอนด์ มันก็ต้องซื้อ ไม่ซื้อไม่ได้ ปล่อยไปก็เสียดายของ

หากนั่นคือความรู้สึกที่เราคุ้นเคยกับสภาวะเงินเฟ้อในฟุตบอล นักวิเคราะห์ที่ว่าคือ ดาเนียล โคห์น-เบนดิต นักการเมืองเชื้อสายฝรั่งเศส/เยอรมันที่มีบทบาทเป็นถึงอดีตสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งความคิดเห็นของผู้คร่ำหวอดอย่างนี้นับว่าน่าฟัง

เพราะมีการคาดการณ์ว่าแต่ละสโมสรจะพบกับภาวะเสียหายทางการเงินอย่างรุนแรง ระดับที่บางสโมสรเสียหายถึงระดับสัปดาห์ละ 9 ล้านปอนด์

ขณะที่ ดาเนียล โกมอลลี่ อดีตผู้อำนวยการฟุตบอลของสเปอร์สและลิเวอร์พูลเปิดเผยว่าเท่าที่ได้พูดคุยกับบรรดาเอเยนต์ต่างๆ ตลาดซื้อขายนักเตะรอบต่อไปจะเปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เราจะได้เห็นการยืมตัวและแลกตัวเกิดขึ้นแทนการซื้อจ่ายด้วยเงิน

โกมอลลี่มองว่าในจำนวน 20 ทีมพรีเมียร์ลีกอาจจะมีแค่ 3 สโมสรเท่านั้นที่เหลือกำลังจับจ่ายในตลาด แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นสโมสรใดบ้าง

ลองประมวลมุมมองต่างๆ ของคนที่คร่ำหวอดกับแวดวงเศรษฐกิจและวงการลูกหนัง มันก็เป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องแบบนั้นซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดกับความคุ้นเคยของเราอย่างชัดเจน

ก็ได้แต่รอดูว่าหลังเสร็จสิ้นฤดูกาล 2019/20 แล้วฟุตบอลจะเป็นอย่างไร มันอาจเกิดสภาวะตลาดดำดิ่งอย่างที่คาดก็ได้

ฟุตบอลเคยเป็นอย่างนั้นมาก่อน แต่มันนานมากจนเป็นเหมือนนิทานที่เริ่มต้นเรื่องว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..

หลายคนรู้จักกับฟุตบอลที่ค่าเหนื่อยนักฟุตบอลที่ว่าแพงก็ยังอยู่ในระดับหมื่นปอนด์ ดูฟุตบอลมาตั้งแต่ค่าตัวนักฟุตบอลที่ว่าแพงก็ยังอยู่แค่ระดับไม่ถึงสิบล้านปอนด์

ทุกอย่างว่ากันตามภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินในอดีตกับปัจจุบันไม่เท่ากันอยู่แล้ว แต่ถ้าเจ้าไวรัสตัวนี้จะล้างความเฟ้อนั้นไปให้หมด ให้ฟุตบอลกลับไปสะอาดเอี่ยมอ่องเริ่มนับกันใหม่ด้วยค่าเหนื่อยและค่าตัวที่ไม่โหดร้ายเหมือนวันนี้ มันก็น่าติดตาม

สโมสรลิเวอร์พูลและแฟนบอลหงส์แดงเองก็คงจะอยู่ในกลุ่มที่ต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นด้วย แต่แน่นอนเดอะค็อปคงไม่สนใจอะไรที่ไกลขนาดนั้นหรอก

เพราะเป้าหมายที่พวกเขาปรารถนามันอยู่ใกล้ที่สุด เอาแค่แชมป์ลีกที่รอคอยมา 30 ปีให้ได้ก่อน ขอการันตีแชมป์ก่อน ขอฉลองก่อน แล้วเรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง

ป้าพล็อต

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความก่อนหน้า :: บทความลิเวอร์พูล